Subscribe to newsletter

Subscribe to the newsletter and you will know about latest events and activities. Podpisyvayse and you will not regret.

Tusen Bitar : วันที่หัวใจแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ

    มีคนชอบพูดว่า ทุกครั้งที่ฟ้าครึ้มหรือเมฆดำขนาดไหน อย่าลืมว่ายังมีท้องฟ้าสดใสอยู่ภายใต้ความหม่นเหล่านั้น แต่พูดไปก็ฟังดูเหมือนโม้ เพราะในเมื่อเรายังคงเห็นแต่เมฆดำชวนเศร้าใจอยู่แบบนั้น หรือบางครั้งที่คนมักปลอบใจว่าฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ หลังฝนตกแดดก็ต้องออก เผลอๆ มีรุ้งปรากฏงามสดใส ก็จริงอย่างที่ว่าอะแหละ

แต่จะให้พูดปลอบใจยังไงก็ไม่สามารถเยียวยาคนที่ใจสลายได้หรอก

    เพราะเราต่างรู้ดีว่าเวลาที่ความรักหายไปจากใจ หรือใครคนใดคนหนึ่งเพิ่งเดินออกไปจากชีวิตเรามันน่าเศร้าแค่ไหน สิ่งที่เราทำได้คงแค่เพียงยอมรับและมองมันในมุมใหม่ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อปลอบใจตัวเองและทำตัวเนียนๆ ให้อยู่กับปัจจุบันได้..

    เรารู้ว่ามันไม่ง่ายเลย แต่เชื่อเถอะว่าทุกๆ ครั้งที่เกิดเรื่องอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะแย่หรือเลวร้ายมากแค่ไหน สิ่งเหล่านี้จะสอนอะไรหลายๆ อย่างให้กับเราและทำให้เราเข้มแข็งขึ้น

    ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมักมีอะไรดีๆ แฝงอยู่เสมอ ถ้าเธอแค่เชื่อว่ามันจะผ่านพ้นไป ทุกสิ่งก็จะดีขึ้นจริงๆ ถึงแม้มันจะไม่ง่ายเลย เพราะเวลาเราโกรธ เกลียด แค้น เสียใจ มันต้องใช้เวลาเพื่อเยียวยา แต่ต่อให้ยากเย็นแค่ไหนก็ขอให้เตือนตัวเองเอาไว้ว่าต้องอดทน

หลายๆ สิ่งบนโลกนี้อาจแตกออกจากกันเป็นสองส่วนได้

แต่หัวใจที่ถูกทำร้ายอาจแตกสลายเป็นพันๆ ชิ้นจนนับไม่ถ้วน

ฉันรู้ว่าเธอคงเข้าใจความรู้สึกนี้

ถ้าเธอเข้าใจดี..

บางทีเธออาจจะเป็นเพื่อนแท้ของฉันก็ได้

    ที่เขียนเพ้อๆ มาด้านบนนั้นไม่ใช่นิยายอะไรนะ แต่เป็นความหมายที่แปลมาจากเพลงชื่อ “Tusen bitar” (ทูเซน บิตาร์) ภาษาสวีเดนที่แปลว่า Thousand pieces (คงไม่ต้องแปลเนอะว่าอะไร) ครั้งแรกเราฟังเพลงนี้ในเวอร์ชั่นของลาเลห์ นักร้องในดวงใจตลอดกาลที่เรารักที่สุด เป็นเพลงที่เรามารู้ทีหลังว่าลาเลห์ร้อง cover มาอีกที และเป็นเวอร์ชั่นที่ร้องให้หนังสารคดีชีวิตของ Björn Afzelius นักร้องและนักดนตรีชาวสวีเดนที่มีชื่อเสียงทั้งในวงการดนตรี, นักแต่งเพลง และบุคคลที่เคลื่อนไหวทางการเมือง (เสียชีวิตไปแล้วด้วยวัยเพียง 52 ปี ตอนปี 1999)


Laleh Pourkarim

    จริงๆ เราเป็นติ่งลาเลห์มาพักนึงแล้วนะ แต่เราก็เพิ่งมาเจอเพลงนี้ตอนใช้ Spotify ฝั่งสวีเดน ที่จะมีเพลงที่ฟังได้แค่ในประเทศสวีเดนปรากฎให้เห็นเท่านั้น พอลองฟังเพลงนี้ดูก็ติดใจเสียงดนตรีที่ฟังดูร่าเริง มีจังหวะคึกคักชวนให้รู้สึกมีกำลังใจ อารมณ์คล้ายๆ เพลง Colors ที่มีเสียงเครื่องดนตรีสายคลอๆ อารมณ์ไวโอลิน มีเสียงฟลุท และอื่นๆ ที่ทำให้ฟังครั้งแรกก็สัมผัสได้ถึงความเป็น “ลาเลห์” ทันที

    แต่ก็ตามสไตล์ลาเลห์นั่นแหละ ที่มักจะร้องเพลงที่มีเนื้อหาเศร้า หรือเนื้อหาที่ไม่ได้ค่อนไปทางร่าเริง แต่สามารถร้องให้เพลงนั้นๆ ออกมาเป็นรอยยิ้มได้ ก็อย่างที่เล่ามาตั้งแต่ต้นว่าเนื้อเพลงพูดถึงความสัมพันธ์ ความรักและความผิดหวัง แต่ในความเศร้าโศกเหล่านั้นเค้าก็ต้องการจะเยียวยาและให้กำลังใจ (ตัวเอง) และคนฟังไปพร้อมๆ กัน ลองเปรียบเทียบฟังเวอร์ชั่นของคุณลุงกับลาเลห์ดู แล้วจะให้คนละอารมณ์ภายใต้ความหมายเดียวกัน


Björn Afzelius

    Björn Svante Afzelius (ออกเสียงสวีเดนประมาณว่า บเยิร์น) เกิดเมื่อวันที่ 27 มกราคม 1947 และเสียชีวิตที่เมืองโกเธนเบิร์กในปี 1999 ด้วยโรคมะเร็งปอด เราคงไม่พูดถึงเค้ามากเพราะไม่ได้หาข้อมูลมาเพียงพอ แต่ด้วยความเคารพก็จะเขียนเท่าที่อ่านๆ มา ว่าคุณลุงสนใจดนตรีตั้งแต่เด็กด้วยความที่ครอบครัวอินกับเสียงเพลงและดนตรีกันมาก เลยเริ่มเล่นดนตรี ร้องเพลงมาตั้งแต่วัยรุ่น จนเติบโตมามีชื่อเสียงในสวีเดนด้วยเพลงที่ประสบความสำเร็จหลายๆ เพลง และส่วนมากเพลงของคุณลุงจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรัก, การเมือง, ความสุข, และความเศร้าในชีวิต

    หนังสารคดีชีวิตของคุณลุง Björn เปิดตัวมาในปี 2014 ซึ่งเป็นปีเดียวกับหนังสารคดีชีวิตของลาเลห์เช่นกัน (ไม่แน่ใจว่าที่สวีเดนเค้านิยมทำหนังสารคดีชีวิตบุคคลดังๆ รึเปล่า แต่ทุกๆ คนน่าสนใจมากและให้แรงบันดาลใจแม้กระทั่งคนที่ไม่ได้รู้จักเค้ามาก่อนด้วย) หนังคุณลุงก็มีชื่อว่า “Tusen bitar” เช่นกัน ในหนังจะพาคนดูเดินทางไปด้วยกันกับชีวิตคุณลุงที่เต็มไปด้วยโลกของดนตรี การประท้วง การเคลื่อนไหวทางการเมือง และความรัก เราเองยังไม่เคยดู แต่ถ้ามีโอกาสหรือช่องทางที่สามารถหามาดูได้ก็จะลองดูไม่เสียหายอะไร

    ความจริงเพลง Tusen bitar นี้ไม่ใช่ของคุณลุง Björn หรอก แต่เวอร์ชั่นออริจินัลแรกเริ่มเลยเป็นของนักร้องชาวเดนมาร์กที่ชื่อว่า Anne Linnet ในชื่อเพลงว่า “Tusind Stykker” ที่มีความหมายเหมือนกัน เพลงนี้ออกมาในปี 1989 และคุณลุงก็เอามาร้องอีกทีในปีถัดมา

    เพลง Tusen bitar มีนักร้องจากอีกหลายประเทศนำไปร้องในภาษาอื่นๆ อีกเหมือนกัน และในสวีเดนเองก็มีนักร้องเอามา cover อีกกันเป็นสิบๆ เพลง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเพลงที่เป็นตำนานและประสบความสำเร็จ เพราะเนื้อหาโดนใจและสามารถรีเลทกับทุกคนได้ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงชีวิตไหนก็ตาม ทุกคนย่อมเคยรู้สึกใจสลายมาบ้างแน่นอน

ใน Wikipedia เขียนไว้อีกว่า:

“เพลงนี้พูดถึงมิตรภาพ ความเหงา ความเดียวดาย ความสงสัย (ในความสัมพันธ์) และความเปราะบางของหัวใจมนุษย์” ดังที่เนื้อเพลงพูดไว้ว่า ..”ทุกสิ่งบนโลกสามารถแตกออกเป็นสองส่วน แต่สำหรับหัวใจแล้ว เมื่อมันแตก มันจะแตกเป็นพันๆ ชิ้น”

เชี่ยยย.. เศร้าสัส

ทำให้เรานึกถึงคำๆ นึงที่เคยพูดไว้กับใครสักคนว่า

“ทุกอย่างบนโลกนี้มันช่างเปราะบางเหลือเกิน…”

โดยเฉพาะความสัมพันธ์

เวอร์ชั่นลาเลห์ (เสียงอาจไม่ดีมาก แต่มีแค่ไฟล์เดียวที่หามาได้)

เวอร์ชั่นของลุงหมี Björn Svante (Björn ภาษาสวีเดนแปลว่าหมี)
 เวอร์ชั่นของป้า Anne Linnet

Tusen bitar

Det sägs att ovan molnen är himlen alltid blå
Men det kan va’ svårt att tro när man inte ser den
Och det sägs att efter regnet kommer solen fram igen
Men det hjälper sällan de som har blitt våta

För när vännerna försvinner, eller kärleken tar slut
Ser man allt med lite andra ögon
Man övar sig, och långsamt blir man bättre på att se
Skillnad mellan sanningar och lögner

Allting kan gå itu, men ett hjärta kan gå i tusen bitar;
Säger du att du är min vän så är du kanske det

Det sägs att det finns alltid nånting bra i det som sker
Och tron är ofta den som ger oss styrka
Ja, man säger mycket, men man vet så lite om sig själv

När ångesten och ensamheten kommer
För när vännerna försvinner, eller kärleken tar slut

Ser man allt med lite andra ögon
Man övar sig, och långsamt blir man bättre på att se
Skillnad mellan sanningar och lögner

Allting kan gå itu, men mitt hjärta kan gå i tusen bitar;
Säger du att du är min vän så är du kanske det

Säger du att du är min vän så är du säkert det

ปล. ภาพจากหนังเรื่อง Blue is the Warmest Colour ไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาใดๆ นอกจากหัวใจที่แตกสลาย 🙂

Post Author
mayajett

Leave A Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *