Subscribe to newsletter

Subscribe to the newsletter and you will know about latest events and activities. Podpisyvayse and you will not regret.

Driving Through the Clouds : เช่ารถขับในสวีเดน ไม่ใช่เล่นๆ นะรู้มั้ย

    หลังจากกลับมาจากทริปสวีเดนครั้งที่ 3 ของเรา ก็คิดอยู่นานว่าจะเอาเรื่องอะไรมาเขียนดี ต้องเขียนไว้ก่อนที่จะลืม และอยากเล่าเรื่องที่น่าประทับใจรวมไปถึงเรื่องที่น่ารู้เผื่อไว้สำหรับคนที่อยากไปสวีเดน ซึ่งจะมีประโยชน์มากน้อยแค่ไหนก็ไม่แน่ใจ เอาเป็นว่าทริปนี้มีเรื่องราวที่มีความสุขเยอะมากๆ เราจะพยายามเอามาเล่าทีละนิดๆ และอาจจะยัดเยียดให้เพื่อนและคนใกล้ชิดเข้ามาอ่านกันบ่อยๆ

    ถึงครั้งนี้จะเป็นการไปเยี่ยมเยียนประเทศสุดโปรดเป็นครั้งที่ 3 แต่มันก็พิเศษตรงที่คราวนี้เราไม่ได้ไป “คนเดียว” อีกต่อไปแล้ว เรามีเพื่อนคนพิเศษมาร่วมทริปด้วย และแน่นอนว่าถ้าเป็นคนที่มายาเจ็ทออกปากชวนแล้ว ต้องไม่ใช่คนทั่วไปแน่นอน เพราะเธอคนนั้นก็คือ the chosen one นั่นเอง (งงดิ งงต่อไปแล้วกันนะ 5555)

เตรียมพร้อม ออกเที่ยว

    การมีเพื่อนมาร่วมทริปด้วย แน่นอนว่าต้องรู้สึกแตกต่างกว่าตอนไปเที่ยวคนเดียว ถึงเราจะเคยตะลุยยุโรปและสวีเดนมาแล้วคนเดียวเป็นเดือนๆ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเรารักสันโดษและอยากอยู่คนเดียวตลอดเวลาขนาดนั้น เราพบว่าความจริงแล้วตัวเองเป็นคนที่จะมีเอเนอร์จี้สูงขึ้นเมื่อรายล้อมด้วยผู้คน โดยเฉพาะคนที่มีสีสันสดใสเหมือนๆ กัน อ่ะ ไม่อยากพล่ามยาว เอาเป็นว่าการมีเพื่อนมาร่วมทริปครั้งนี้ทำให้เรามีเวลาวางแผนร่วมกันล่วงหน้าว่าจะไปไหนกัน ทำอะไรบ้าง ที่ไหน อะไรยังไง และที่สำคัญเรามีคนมาหารค่าพัก ค่ากิน ค่าเดินทางด้วย ก็จะประหยัดไปอีก แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าเลือกใครมาหารเงินนะ แต่มันคือประสบการณ์ เสียงหัวเราะ ความสุขและความประทับใจที่เราสร้างร่วมกันนั่นแหละ

    คงต้องขอบคุณที่มีเพื่อนที่น่ารักและตามใจคนแรนด้อมอย่างเรา เพราะก่อนจะบินไม่กี่วัน เรามีความคิดบ้าบอขึ้นมาว่า “อยากไปเยี่ยมบ้านฟาร์มที่เคยไปทำงานจังเลย” แต่… ที่ไม่กล้าไปเพราะว่าการจะเดินทางไปยังบ้านฟาร์มนั้นอาจจะต้องขอให้คนที่บ้านนั้นมารับเราที่สถานีรถไฟ ซึ่งเค้าจะต้องขับรถออกมาประมาณครึ่งชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้น เราไม่กล้ารบกวน หรือถ้าไม่รบกวน รถเมล์ไม่น่าจะไปถึง แม้สวีเดนจะเจริญขนาดไหน แต่การจะเข้าไปยังบ้านฟาร์มที่อยู่ห่างจากใจกลางเมืองต่างๆ นั้นต้องใช้รถส่วนตัวจะสะดวกที่สุด ส่วนแท็กซี่หรืออูเบอร์เหรอ.. ไม่ต้องนึกถึง เพราะน่าจะแพงมาก และอีกตัวเลือกที่ไม่แน่ใจว่าควรนึกถึงดีหรือไม่ดีนั้นก็คือ… การ “เช่ารถขับ” นั่นเอง

ขอเช็คแผนที่ก่อน   

    การเช่ารถขับในสวีเดน แค่พูดคำว่าสวีเดนออกมาก็สัมผัสได้ถึงความแพงหูฉี่ซะแล้ว เราเลยลองไปพูดเล่นๆ กับเพื่อนว่าแอบมีความคิดนี้อยู่นะ แต่คิดว่าน่าจะเกินงบ ไม่ควรดีกว่า แต่ด้วยความน่ารักของเธอทำให้เราต้องประหลาดใจกับคำพูดสั้นๆ ที่ได้ใจความว่า “อยากไปเหรอ ไปสิ เช่ารถกัน” ด้วยความอยากไปเกินครึ่งใจ ประกอบกับการได้ยินคำพูดน่ารักๆ แบบนี้ มีหรือจะล้มเลิก

    วันต่อมาเราเลยช่วยกันนั่งหาบริษัทเช่ารถ คำนวณระยะทาง ค่าเช่า รุ่นของรถ คุณสมบัติ สถานที่รับ – ส่งรถ และจัดการเลื่อนตารางที่เราแพลนมา พร้อมกับติดต่อกับครอบครัวที่บ้านฟาร์มว่าเราจะไปหา วันต่อมาเราได้รับอีเมลและความดีใจจากบ้านฟาร์มว่ายินดีต้อนรับพวกเรามากๆ เราเลยนัดวัน เวลา จนได้วันที่แน่ชัดแล้วก็หารถเช่ากันแบบจริงจัง ก่อนหน้าจะหาเองเราพยายามเสิชหาข้อมูลเป็นภาษาไทยว่า “เช่ารถขับในสวีเดน” หรืออะไรทำนองนี้ ปรากฏว่าไม่มี มีก็แต่แนะนำการทำใบขับขี่สำหรับคนไทยที่มาอาศัยในสวีเดน ซึ่งอันนั้นน่าจะยังไม่ต้อง 5555 เราเลยหาเองจนได้บริษัท Sixt มาในที่สุด…

    ด้วยความที่แผนไปเยี่ยมบ้านฟาร์มนี้เป็นแผนกระทันหันที่ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้านานๆ การเช่ารถครั้งนี้เลยเป็นการเช่ารถแค่ 1 วันเท่านั้น แบบว่าเช่าตอนเช้า ขับกลับไปคืนตอนเย็นอะไรทำนองนี้ ราคาเลยจะแพงและไม่คุ้มเท่าการเช่าหลายๆ วัน และราคาที่ “ถูกที่สุด” ในเว็บต่างๆ ที่เราเปรียบเทียบกันมาแล้วอยู่ในสนนราคาที่ 1,045 SEK หรือถ้าจะคิดเป็นเงินบาทก็คือประมาณ 4,180 บาท ซึ่งราคานี้ยังไม่รวมค่าอื่นๆ ที่จะโดนคิดอีกหลังคืนรถ (โหดจริงๆ โหดขนาดว่าถ้าไม่มีใจก็คงไม่เลือกวิธีนี้แน่นอน) เราไปกันสองคนก็หารกันได้ ถึงจะแพงไปหน่อย แต่เพื่อความสุขและเราก็ไม่ได้มาสวีเดนบ่อยๆ ก็เลยคิดว่ามันคุ้มค่ากับการเสียเงินไปนั่นแหละ การจองรถของบริษัทต่างๆ ทั้งในไทยและเมืองนอกก็ไม่ยากเพราะแค่เลือกรถที่ถูกใจ กดจองเราก็จะได้รับ Reservation confirmation มาเป็นเอกสารที่ใช้ไปยื่นให้ที่เคาเตอร์บริษัท โดยที่ยังไม่ต้องจ่ายเงินแต่อย่างใด และสามารถยกเลิกได้ก่อน 24 ชั่วโมงของวันที่จะรับรถ เออ ลืมบอกไปอีกอย่าง คือการเลือกรถเนี่ยเราก็เพิ่งรู้ว่าที่เมืองนอกเค้าไม่ค่อยมีรถที่ใช้เกียร์ออโต้กัน ด้วยความที่เป็นคนไทยรุ่นหลังๆ ที่ฝึกขับรถแต่เกียร์ออโต้กันมา (เพราะคิดว่าคงไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้เกียร์ manual ละมั้ง) ปรากฏว่าอีด้อล เกียร์แมนนวลเนี่ยแหละที่เค้าใช้กันในสวีเดน พอจะเช่ารถกลายเป็นว่าเกียร์ออโต้หายากสัสๆ แถมที่มีก็น้อย และในที่สุดเราก็ได้เลือกรถ BMW 3 Series GT ซัมติงมา รถสีดำดูหรูหรา น่าจะคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปแหละเนอะ


สีหน้ามีความสุขของคนขับประจำทริป

    พอถึงวันจริง เราเลือกเวลาจองรถไว้ที่ 10 โมง แต่กว่าจะออกมาจากบ้านพักได้และกว่าจะมาถึงก็ปาไป 11 โมง จริงๆ ก็รู้สึกผิดนิดนึงที่ไม่ตรงเวลา ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับเรามากเท่าไหร่ เพราะยังไงเราก็ต้องจ่ายเงิน แต่ก็รู้สึกผิดนิดๆ อยู่ดี (แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไรอยู่แล้ว 5555) พอรับรถ ฟังคำอธิบายจากเจ้าหน้าที่ถึงการไปเอารถที่โรงจอดรถด้านล่าง วิธีใช้บัตรเพื่อแตะตอนเอารถออก วิธีนู่นนี่นั่น เราไม่ได้เข้าใจมากเท่าไหร่ เพราะคนขับจริงๆ ก็คือเพื่อนเรานั่นเอง /ผายมือไปที่นาง

    ความยากเริ่มจากการเดินลงไปเอารถตั้งแต่การเปิดประตูเข้าโรงจอดรถ ซึ่งทำไม่เป็น จนกระทั่งมีคนมาเปิด เราเลยตามเค้าเข้าไป และหารถอยู่นานประมาณ 10 นาทีได้ กว่าจะเจอ พอเจอรถบีเอ็มสีดำคันใหญ่แล้วเราก็ต้องทำความเข้าใจและความคุ้นเคยกับรถสักหน่อยก่อนจะขับ ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของคุณคนขับคนเก่งที่ใช้เวลาแค่แป๊บเดียวก็เข้าใจ ถ้าเป็นเราก็คงจะนานกว่านั้นนิดนึง 5555 จากนั้นเราก็เริ่มเปิด google maps (ก่อนหน้านี้พนักงานบอกว่าในรถมี GPS แต่เราหาไม่เจอ ก็เลยใช้ google maps ไป เพราะเส้นทางไม่ยากและไม่ไกลมาก) ระยะทางของเราก็คือเริ่มตั้งแต่แถวๆ T-centralen หรือ Stockholm Central Station ไปยังบ้านฟาร์มที่อยู่ห่างจากใจกลางเมืองอุปซอลา (Uppsala) และจะใช้เวลาทั้งหมดแค่ประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งเท่านั้น


ตอนแรกอาจจะดูครึ้มบ้าง แต่แดดก็ออกเป็นพักๆ

    เส้นทางหลักที่เราใช้ก็คือถนนเส้น E4 ที่ตรงจากสตอกโฮล์มไปได้เลย ตอนแรกเรากลัวการขับรถในเมืองนิดหน่อยเพราะท่าทางจะยากกว่าถนนใหญ่ แต่พอขับออกมาจากที่จอดรถแล้วก็พบว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่คิด ไม่แน่ใจว่าเพราะคุณคนขับมีสกิลการขับมาจากอเมริกาก่อนด้วยรึเปล่า เลยทำให้ไม่ยากอย่างที่คิด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แนะนำให้คนที่จะขับรถในยุโรปมีสติและเคารพกฎเกณฑ์ให้ดี เพราะมันไม่แรนด้อมและตามใจฉันแบบบ้านเรา ที่ขับทับเส้นได้ แซงได้ทุกที่ที่ต้องการ ฝ่าไฟแดง ไม่จอดรถทางม้าลาย บลาๆ จะมีก็แค่ “ความเร็ว” นี่แหละ ที่เราขับซะเร็วประหนึ่งเหาะได้กันเลยทีเดียว (ซึ่งไม่ควรนะ) แต่จากการสังเกตก็เห็นว่ารถรอบๆ ข้างก็ขับเร็วกันแบบไม่เกรงกลัวค่าปรับใดๆ ทั้งสิ้น และจากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลาประมาณ 24 วันได้ เราก็ยังไม่ได้รับใบสั่งหรืออะไรจากประเทศสวีเดนนะ 5555 เราขับตามแผนที่ที่ทางหลักเป็นทางตรง ดูไม่ซับซ้อนและขับไม่ยากเลย วิวข้างทางสวยและปลอดโปร่ง มีทั้งป่า ทุ่งหญ้าสีเขียว สลับบ้านไม้สีแดงบ้างอะไรบ้าง มองไปบนท้องฟ้าก็มีแต่ก้อนเมฆปุยๆ สีขาวใหญ่ๆ เป็นรูปร่างต่างๆ กัน มองแล้วดูสุดลูกหูลูกตาประหนึ่งเราขับรถกันอยู่ในดงเมฆ ดีทีเรามาเที่ยวกันในช่วงหน้าร้อนของสวีเดน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เรารักมากที่สุด ถึงแม้ว่าอากาศที่นี่จะมีความเดาใจยาก เดี๋ยวแดดออก เดี๋ยวครึ้ม ฝนตก และกลับมาแดดออกอีกครั้ง แต่การที่เป็นหน้าร้อนก็ทำให้เราอารมณ์ดีและเห็นสีเขียวชอุ่มที่มาจากป่าข้างทางอยู่ตลอด

    เราไม่ได้กินอะไรมาอย่างจริงจังนอกจากน้ำผลไม้ ขนมเล็กๆ น้อยๆ ก็เลยแวะ McDonalds ในปั๊มเชลล์ที่เห็นป้ายเตือนก่อนไม่กี่ร้อยเมตร ก่อนจะเข้าแมคฯ เราก็พบว่าวิวตรงปั๊มสวยมาก (สไตล์ชาวต่างชาติที่เห็นว่าทุกอย่างสวยงามไปหมด) มีทุ่งกว้างๆ มีดอกไม้ ต้นไม้ให้เราถ่ายรูปเล่นได้สักพักก่อนจะไปสั่งเบอร์เกอร์ในแมคฯ

    ตอนสั่งแมคฯ ก็มีเครื่องสั่งอัตโนมัติที่มีภาษาอังกฤษ จ่ายตังค์ด้วยบัตรเครดิตได้อย่างง่ายดาย ที่เหลือก็แค่ยืนรอคิว ความน่าประหลาดใจที่เราประทับใจอย่างนึงคือตอนรอ เพื่อนขอตัวไปห้องน้ำ เราก็เลยรอ เราได้คิวหมายเลข 25 และไม่คิดว่าพนักงานจะประกาศเรียกด้วยภาษาสวีเดนเพียงอย่างเดียว ทีแรกคิดว่าถ้านางเรียกแล้วไม่มีคนไปเอาก็คงเรียกภาษาอังกฤษมั้ง แต่ปรากฏว่าเมื่อนางประกาศเรียกเบอร์ 25 ด้วยภาษาสวีเดนว่า “tjugofem” ประมาณ ชูโกเฟม อะไรงี้ แล้วเราเสือกเข้าใจ 5555 แล้วเดินไปรับเมนูอย่างมั่นใจมาก อันนี้เป็นอีโมเมนท์ที่ “บังเอิญ” ได้ใช้ความรู้อันน้อยนิดที่ได้มาจากเพลง ข้อความบางอย่าง และหนังผ่านๆ ตามาบ้าง เป็นความรู้ที่ไม่คิดว่าจะมีประโยชน์ แต่มีประโยชน์ได้ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ให้พอรอดวินาทีเหล่านั้นไปได้ง่ายๆ ถึงจะฟังดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่เราโคตรภูมิใจและคิดว่าเนี่ยแหละอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่จะต้องเรียนภาษาสวีเดน (ถ้าอนาคตจะต้องมาเรียนหรือมาอยู่อะนะ)

โฉมหน้าเบอร์เกอร์ของพวกเรา อร่อยมากก

    หลังจากกินอิ่มกันแล้วเราก็มุ่งหน้ากันต่อไปที่ถนนสายเดิม อีกแค่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็จะถึงปลายทาง เรื่องราวต่างๆ มากมายได้เกิดขึ้นอีกครั้งอย่างน่าประทับใจที่บ้านฟาร์มในอุปซอลาที่เราเคยไปทำงานอาสาสมัครเมื่อ 2 ปีก่อน อาจฟังดูเหมือนเวลาไม่นานมาก แต่เราว่ามันก็นานพอที่จะทำให้คิดถึงและกลับไปอีกครั้ง รายละเอียดของเรื่องประทับใจในฟาร์มจะอยู่ในโพสต์ถัดๆ ไป หลังจากนี้เราจะสรุปให้สั้นๆ ของเรื่องราวการเช่ารถที่สวีเดนว่า…


-เราเลือกเวลาคืนรถที่เที่ยงคืน แต่พนักงานที่ Sixt บอกว่าจะมาคืนเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ที่ออฟฟิศสาขานี้จะปิดประมาณทุ่มนึง (ถ้าจำไม่ผิด) เพราะงั้นการจะเอารถมาคืนตอนดึกแบบนี้จะต้องให้พนักงานที่ล็อบบี้โรงแรมเปิดให้ เพราะบริษัทมาใช้ที่จอดรถของโรงแรม อะไรประมาณนี้

-ก่อนจะคืนรถเราต้องเติมน้ำมันให้เต็มเหมือนเดิม แต่เราอาจจะรีบๆ และเหนื่อยกันไปหน่อยเลยทำให้เติมน้ำมันเองไม่ได้ เพราะบัตรเครดิตส่วนมากของไทยจะไม่มี pin code รหัสสี่ตัวให้ใส่ และพนักงานตามปั๊มน้ำมันก็เลิกงานไปตั้งแต่ค่ำๆ แล้ว เลยเลือกไม่เติมและโดนหักค่าน้ำมันเอาทีหลังแล้วกัน

-ขอย้ำอีกครั้งว่าเช่ารถวันเดียวไม่คุ้มเท่าเช่าหลายวัน แต่ใครจะบ้าแบบเรา และใครมันจะเช่าแค่วันเดียวถ้าไม่มีเหตุจำเป็นจริงๆ ล่ะ จริงไหม? 5555

-สรุปแล้วพอหักค่า tax หรือค่าน้ำมัน ค่าอะไรที่เหลืออีกที ราคาค่าเช่ารถทั้งหมดที่พวกเราจ่ายไปก็คือ 6,014 บาท… เป็นราคาที่โหดจริงๆ แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าสำหรับสิ่งที่ไปเจอมา ไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้แล้วล่ะ 

    นอกจากนั้นแล้วก็คงต้องขอบคุณคุณคนขับหรือเพื่อนคนเก่งของเรา ที่อุตส่าห์ไปทำใบขับขี่สากลมาให้และอาสาขับรถพาเราไปถึงจุดหมายที่อบอุ่นได้โดยสวัสดิภาพ และกลับมาอย่างปลอดภัย ถึงวันนั้นจะเหนื่อยสุดๆ ก็ตาม และนอกเหนือจากนั้นคือ.. รอติดตามเรื่องราวใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นจากทริปสวีเดนล่าสุดได้เร็วๆ นี้ 🙂

Post Author
mayajett

Comments

1 Comment
  1. posted by
    Wiki
    Apr 28, 2018 Reply

    Hello ,

    I saw your tweet about animals and thought I will check your website. I like it!

    I love pets. I have two beautiful thai cats called Tammy(female) and Yommo(male). Yommo is 1 year older than Tommy. He acts like a bigger brother for her. 🙂
    I have even created an Instagram account for them ( https://www.instagram.com/tayo_home/ ) and probably soon they will have more followers than me (kinda funny).

    I have subscribed to your newsletter. 🙂

    Keep up the good work on your blog.

    Regards
    Wiki

Leave A Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *