Subscribe to newsletter

Subscribe to the newsletter and you will know about latest events and activities. Podpisyvayse and you will not regret.

Days in the Warmland, Sweden : วันหนาวๆ ในหน้าร้อนของเมืองอุ่นๆ

    Värmland County หรือเรียกเป็นภาษาไทยง่ายๆ ก็คือเขตเมืองอุ่นในสวีเดน (คิดว่า) น่าจะออกเสียงประมาณว่า แวร์มลันด์ ก็มาจากคำว่า Warm ที่แปลว่าอุ่นของภาษาอังกฤษนั่นแหละ อาจฟังดูแปลกที่สวีเดนมีที่ๆ อุ่นด้วยเหรอ? เพราะยังไงก็ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่หนาวสุดๆ อยู่ละ แต่แวร์มลันด์จะอยู่ในฝั่งตกวันตกของประเทศ และหนึ่งในเมืองที่ขึ้นชื่อว่า “อุ่น” ที่สุดก็คือเมือง คาร์ลสตัด (Karlstad) เมืองที่เราเคยไปเยี่ยมเยียนแวะเวียนไปอยู่อาศัยมาประมาณสิบวันได้

    ครั้งที่ไปอยู่ในคาร์ลสตัด เราไม่ได้ไปอยู่ในใจกลางเมืองซะทีเดียว แต่ได้ไปอยู่ที่บ้านเล็กๆ ติดทะเลสาปในชุมชนที่เรียกว่า มอลคอม (Molkom) ตอนนั้นเป็นช่วงหน้าร้อนในปี 2015 นึกๆ ไปก็จะสองปีแล้ว เวลาผ่านไปเร็วเว่อร์ ตอนนั้นไปช่วยบ้านๆ นึงดูแลลูกและคอยช่วยงานบางอย่างในบ้าน เราไปในฐานะสมาชิกเว็บ workaway.info เว็บที่คล้ายๆ กับพวกเว็บหาบ้านไปทำงานฟาร์มตามต่างประเทศ ซึ่งได้ประสบการณ์ที่ดี และมีบ้านให้เลือกเยอะมาก วันนี้อาจจะไม่ได้มาเล่ายาวมากเพราะอยากเน้นลงรูปที่เก็บไว้นานซะมากกว่า เอาเป็นว่าจะเล่าอะไรพล่ามๆ แทรกๆ ผ่านรูปไปละกันนะ ดูไปเพลินๆ ก็ได้

    ที่มอลคอมค่อนข้างเงียบ บ้านแต่ละบ้านจะอยู่ห่างกันพอสมควร เว้นแต่ว่าถ้าได้ไปอยู่ในละแวกที่เหมือนหมู่บ้านซึ่งจะอยู่ทางหลังบ้านของบ้านที่เราไปอยู่ ตรงนั้นจะมีบ้านหลายๆ หลังอยู่ติดๆ กัน บ้านที่สวีเดนมีความน่ารักอย่างนึงคือจะเหมือนบ้านในเกม The Sims คือไม่ค่อยมีรั้วสูงๆ ใหญ่ๆ แบบเมืองไทย ส่วนมากรั้วจะเป็นพุ่มไม้เท่านั้น หรือไม่ก็ไม่มีรั้วเลย ตอนเดินผ่านละแวกหมู่บ้านก็เพลินตาดี เพราะบ้านแต่ละหลังจะมีความแตกต่างกัน บางบ้านสีแดง บางบ้านสีเหลือง บางบ้านอยู่ไกลออกไปโดดๆ และใหญ่มากประหนึ่งคฤหาสน์ แต่เราไม่ได้ถ่ายรูปบ้านต่างๆ มาเท่าไหร่

    ในแต่ละวันเราก็มีหน้าที่แค่อยู่เป็นเพื่อนเด็กหญิงวัยสี่ขวบตัวน้อยผู้แสนเอาแต่ใจ แต่พิชิตใจเธอได้โดยการนั่งอ่านนิทานให้เธอฟัง ซ้ำไปซ้ำมา อ่านจนจะหมดชั้นหนังสือ และบางเล่มอาจต้องแต่งเองตามจินตนาการ เนื่องจากเป็นภาษาสวีเดน เด็กน้อยบ้านนี้สามารถฟังภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย เลยไม่มีปัญหากับการเล่านิทานเป็นภาษาอังกฤษ แต่ถ้าต้องพูดหรือสนทนาด้วย เธอจะใช้ภาษาสเปน และดัชต์ หรืออาจเป็นสวีเดนนิดหน่อย (กับพ่อแม่ของน้อง)

    ตอนที่ไปบังเอิญตรงกับวันเกิดของเรา วันนั้นตื่นมาแต่เช้าก็ได้รับข้อความอวยพรที่เขียนอยู่บนบอร์ดในห้องครัว พร้อมกับการฉลองเล็กๆ น้อยๆ ตอนเย็นด้วยการกินสมู๊ตตี้ช็อคโกแลตที่ที่บ้านทำให้ อร่อยมาก แต่เราไม่ค่อยชินกับรสชาติที่ไม่มีน้ำตาล และทุกอย่างเป็นออร์แกนิคจริงจัง บ้านนี้เค้าจะค่อนข้างจริงจังเรื่องผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้กินและใช้งาน เช่น ของกินทุกอย่างต้องไม่มีเนื้อสัตว์ (แต่เนื้อปลาและสัตว์ทะเลกินได้ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าแบบนี้เรียกว่า Vegan หรือ Vegetarian สาขาไหน เพราะแยกออกมาเยอะมาก) และของใช้ทุกอย่างจะต้องปราศจากน้ำหอม ทีแรกเราไม่ชินตั้งแต่การล้างจานโดยใช้น้ำยาล้างจานแบบไร้กลิ่น การซักผ้าแบบไม่มีกลิ่น และอื่นๆ

    บ้านของครอบครัวนี้เป็นบ้านหลังเดี่ยวโดดๆ ขึ้นมาท่ามกลางทุ่งกว้าง ที่มอลคอมฟ้าใสมากในช่วงหน้าร้อน แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นสวีเดนแล้ว อากาศแปรปรวนยิ่งกว่าอารมณ์เราอีกด้วยซ้ำ บางวันตื่นมาฟ้าใสแดดจ้า แต่ดีใจไปได้สักพักฟ้าก็เริ่มหม่น และฝนตกเป็นเวลาต่อมา ดังนั้นเราจึงเชื่อแล้วว่าความรู้สึกที่ได้เห็นแดดในประเทศหนาวนี่มันฟินขนาดไหน มันอบอุ่นจริงๆ ในวันหนาวๆ อ้อ.. หน้าร้อนที่สวีเดนก็ยังคงหนาวกว่ากว่าหนาวประเทศไทยซะอีก อันนี้ไม่ชินจริงๆ

    นี่คือวิวที่มองไปจากหน้าบ้าน สวยและสงบมาก เสียก็แต่ว่าเราเหงาไปหน่อย เพิ่งมารู้ว่าตัวเองชอบห้อมล้อมไปด้วยคนก็ตอนนั้นนี่แหละ ถึงแม้ว่าบางครั้งจะไม่อยากคุยกับใครมากก็ตาม 555

    ถนนหนทางบางครั้งก็ทำให้นึกถึงบ้านนอกในไทยเหมือนกัน ที่ต่างก็คงจะเป็นอากาศที่มีความเย็นกว่าเยอะเลย

    พระจันทร์ในคืนที่เขาว่ากันว่าเป็น Blue moon ซึ่งวันนั้นมองด้วยตาเปล่ามันวิเศษมาก เสียดายที่ใช้กล้องไม่เป็นเท่าไหร่ เลยถ่ายออกมาได้เด๋อๆ แค่นี้ แต่จำได้ว่ายืนจ้องและคุยกับพระจันทร์ (ในใจ) นานมาก ตอนนั้นแอบขอพรไปด้วย ไม่เชิงขอพร แต่เหมือนพูดคุย (บ้าปะวะ) และจำได้ลางๆ ว่าได้ยินคำตอบ (ที่อาจมาจากตัวเองหรือพระจันทร์อาจตอบจริงๆ ก็ได้) ว่า “คำตอบมันอยู่ในใจเธอแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเธอจะเลือกอะไร”

หูย… พระจันทร์
ขออีกรอบได้มะ

    ตอนเอารูปบ้านหลังนี้มาลงในเฟสบุค มีคนบอกว่า เห็นแล้วนึกถึงหนังเรื่อง The Notebook (หนังที่เศร้าเชี่ยๆ ที่สุดเท่าที่ชีวิตเคยดู ประมาณว่าร้องไห้ตั้งแต่เริ่มจนจบ ที่บอกว่าเศร้าที่สุดเพราะพยายามเลี่ยงหนังเศร้า ไม่ค่อยสนิทกับความเศร้าเท่าไหร่ เลยขออยู่ห่างๆ จะดีกว่า 555) ซึ่งเราเองก็จำไม่ได้ว่ามันเหมือนจริงรึไม่ รู้แต่ว่าเห็นแล้วชอบบ้านหลังนี้มาก รู้สึกว่าใหญ่ดี อยากรู้เลยว่าข้างในเป็นยังไง

    ตอนถ่ายรูปมาแล้วเอามาลงคอม บางรูปดูเหมือนอากาศร้อนมาก แต่ความจริงในวันนั้นอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 11 องศา ซึ่งสำหรับเรา เด็กที่มาจากประเทศที่มีอุณหภูมิ average ที่ 35 – 39 องศาตลอดทั้งปีก็ขอพูดเลยว่า.. หนาวจริง แต่แจ๊คเกตตัวเดียวก็อยู่ วันนั้นเมฆเยอะและเมฆใหญ่มาก ฝนตกไปแล้ว ตอนนั้นเลยจะมีแดดออกมาบ้าง และก็ดูเหมือนจะตกอีกในไม่ช้า แต่ความหนาวนี่ก็ยังไม่หายไปไหนเลย ทั้งๆ ที่เป็นหน้าร้อน

    เขียนบันทึกเล็กๆ น้อยๆ ตอนไปครั้งนั้นจะพกสมุดเล่มนี้คู่ใจ เขียนเรื่องราวต่างๆ ที่ได้พบเจอ พอเอากลับมาอ่านอีกกี่ทีก็อดอมยิ้มไม่ได้ ในนั้นเขียนไปถึงเรื่องราวของความสัมพันธ์กับชาวสวีเดนหลายๆ คนที่ได้เข้ามาในชีวิต ก็น่ารักและตลกไปอีกแบบ รู้สึกไม่ด่าไม่ว่าอะไรตัวเองเพราะ ณ ตอนนี้ก็ยังคงสนับสนุนความคิดและการตัดสินใจของตัวเองในตอนนั้นเช่นกัน

    มีสิ่งนึงที่ชอบมากเกี่ยวกับหน้าร้อนของสวีเดนก็คือ ความเขียวชอุ่ม และความสดใส ชุ่มชื้นในธรรมชาติ ที่สวีเดนเราสามารถเดินเจอกระต่าย หมาจิ้งจอก มูส และสัตว์อื่นๆ ได้ตามธรรมชาติ และแม้แต่ในเมืองหลวงอย่างสตอกโฮล์มก็สามารถเจอน้องกระต่ายตามชานเมืองหรือป่าต่างๆ ได้เช่นกัน (ซึ่งอาจจะมาจากสัตว์ที่คนเคยเลี้ยง หรือ wild animals จริงๆ ก็ได้) หน้าหนาวของที่นี่น่าจะมีแต่สีเทาๆ หม่นๆ เพราะฉะนั้นไม่แปลกใจทุกครั้งที่เข้าสู่หน้าร้อน ทุกอย่างดูมีชีวิตชีวาและมีความสุขอยู่ในตัวของมัน

  บ้านที่ไปอยู่ค่อนข้างมีความ spiritual และนับถือในพลังแห่งธรรมชาติต่างๆ รวมไปถึงน่าจะศรัทธาในบางอย่างของพุทธศาสนา ตื้นลึกหนาบางยังไงไม่ทราบ แต่หลักๆ พวกเค้าน่าจะชอบสิ่งที่ทำให้ใจสงบ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี (ส่วนซีดีนั้นก็คือ Tove Styrke นางคือใครสามารถติดตามได้ที่นี่เลย)

    ปิดท้ายกันด้วยภาพหนุ่มน้อยลอว์เลนซ์ ลูกครึ่งดัชต์และอุรุกวัย ครอบครัวนี้คนแม่เป็นชาวอุรุกวัย (ผิวขาว ผมบลอนด์ ตาฟ้า) และพ่อเป็นชาวดัชต์ที่มาโตที่สวีเดน ส่วนลูกสาวคนโตเป็นลูกของแม่กับสามีเก่า ตอนนั้นสาวน้อยอายุ 4 ขวบ และหนุ่มน้อยอายุยังไม่ถึงปี แต่เป็นเบบี๋ที่พูดเก่งมาก พูดอะไรไม่ได้ศัพท์หรอก แต่พูดเก่งมาก อารมณ์ดีเป็นที่หนึ่ง เป็นสีสันให้บ้านพอสมควร

    เรื่องราวในสวีเดนมีอีกมากมายที่เป็นความทรงจำดีๆ และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราจดจำมา แล้วจะทยอยๆ มาเล่าให้ฟังอีกละกันนะ 😉

Post Author
mayajett

Leave A Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *