Subscribe to newsletter

Subscribe to the newsletter and you will know about latest events and activities. Podpisyvayse and you will not regret.

Let Me Live Longer : วันแรกของฤดูใบไม้ผลิกับวันสุดท้ายของชีวิต

วันแรกของฤดูใบไม้ผลิ
วันที่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี
ดอกไม้เริ่มผลิบาน
แสงอาทิตย์อบอุ่นขึ้น
ฉันอยากเป็นส่วนหนึ่งของวันที่สวยงามเช่นนี้..

    วันที่ 20 มีนาคมตามปฏิทินของเมืองหนาวหลายๆ แห่งบนโลกนี้ถูกมาร์คไว้ว่าเป็น “วันแรกของฤดูใบไม้ผลิ” เป็นวันที่ต้นไม้ใบไม้พากันเปลี่ยนสี ออกดอก ผลิใบ พระอาทิตย์ส่องแสงสว่างยาวนานขึ้น และอากาศอบอุ่นขึ้นหลังจากถูกฤดูหนาวอันยาวนานปกคลุม ดังนั้นไม่แปลกที่ชาวเมืองหนาวจะดีใจเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตอนนี้ได้เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิอย่างเป็นทางการแล้ว กับคนไทยอย่างเราเองที่มีชีวิตอยู่ในอุณหภูมิที่ร้อนสุดๆ ที่หน้าร้อนของเขาก็ยังหนาวกว่าหน้าหนาวบ้านเรา เราเลยไม่ได้รู้สึกว่าการเปลี่ยนของฤดูมันจะมีผลต่อจิตใจเรามากเท่าไหร่นัก

    แต่ฤดูใบไม้ผลิอาจหมายถึงช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่ ช่วงเวลาแห่งความสุข ช่วงเวลาอันมีชีวิตชีวาได้กลับมาเยือนอีกครั้ง (ถึงแม้ว่าอาจไม่ได้มีชีวิตชีวาเท่าหน้าร้อนก็ตาม) แต่ยังไงการเริ่มต้นครั้งนี้น่าจะเป็นสิ่งที่มีความหมาย และอาจมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น หากการเริ่มต้นที่สวยงามนี้จะมีความสูญเสียอันยิ่งใหญ่เข้ามาเกี่ยวด้วย…

    “Vårens Första Dag” เป็นชื่อเพลงของนักร้องสวีเดนคนหนึ่งที่เราเพิ่งรู้จักครั้งแรกเมื่อวันนั้นเลย วันเดียวกับชื่อเพลง คือวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ วันที่ 20 มีนาคมปีที่แล้ว (2016) เพลงนี้ทำให้เราติดใจด้วยจังหวะและเสียงร้องที่ฟังดูร่าเริงชวนให้สนุกไปกับภาพบรรยากาศของ Music video ที่มีเด็กๆ ถือเครื่องดนตรีและของเล่นมากมาย วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ด้วยน้ำเสียงของคนร้อง จังหวะและดนตรีของเพลงทำให้เราเข้าใจไปเองว่าเพลงนี้คือเพลงที่น่ารัก สนุกสนาน และมีความสุข ด้วยความที่เค้าร้องเป็นภาษาสวีเดน ทำให้เราไม่ได้รู้ความหมายที่แท้จริงของเพลง และเมื่อเราลองมาหาอ่านเนื้อเพลงและความหมายที่แปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษอีกทีก็เลยต้องกลับมาดูเอมวีอีกครั้ง… เพราะความหมายมันช่างตรงกันข้ามกับที่เราคิดตอนแรกหมดเลย

(*Vårens Första Dag อ่านออกเสียงภาษาสวีเดนว่า โวเรนส์ เฟิร์ชตา ด็อก์)

    เพลงนี้เป็นเพลงของลาเลห์ (Laleh Pourkarim) หนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลสูงสุดในชีวิตเรา และเป็นนักร้องอันดับต้นๆ ของสวีเดน และเป็นบุคคลที่คนสวีเดนรักและชื่นชมมากพอกับที่เรารู้สึก ลาเลห์เขียนเพลงนี้ออกมาในอัลบั้ม Sjung (ปี 2012) และได้รับความนิยมมากถึงมากที่สุดหลังจากปล่อยซิงเกิ้ลและ Music video ออกมาตามลำดับ

    Vårens Första Dag เป็นเพลงที่พูดถึงความตายในมุมมองของคนเป็นแม่ (อันนี้จากการคาดเดาของเราและผู้ฟังหลายๆ คนนะ) ที่อยากมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อเห็นลูกๆ มีความสุข แต่ด้วยความที่เป็น “ลาเลห์” ทุกอย่างที่เป็นความดาร์กหรือความโศกเศร้าก็สามารถถ่ายทอดออกมาในมุมมองที่อบอุ่นหัวใจได้ ลาเลห์เป็นนักร้องอีกคนที่ชอบแต่งเพลงเกี่ยวกับชีวิตและความตายออกมา แต่ไม่เคยพูดถึงความตายในรูปแบบของความเศร้า เพลงของลาเลห์เกือบทั้งหมดทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนถูกกอดและปลอบโยนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแต่หนักแน่น ประมาณว่าถึงแม้หลายๆ สิ่งในชีวิตมันจะดูเศร้า แต่ไม่ใช่ว่าเราจะต้องหมดหวังและมืดมนอยู่ในเงาดำของความตาย (หรืออะไรก็แล้วแต่) คล้ายๆ กับเพลง “Some Die Young” ที่ลาเลห์ร้องถึงความตายอย่างตรงไปตรงมา แต่เป็นมุมมองที่ปลอบโยนและทำให้สบายใจ พอเรารู้ความหมายของเพลง Vårens Första Dag นี้และกลับไปดูเอมวีอีกรอบก็ยิ่งทึ่งกับโปรดักชั่นและทุกๆ อย่างในนั้น ทั้งโทนสีที่เหมาะกับฤดูใบไม้ผลิ บรรยากาศที่สนุกสนานปนขมขื่น ท่าทางและแววตาของเด็กๆ และที่สำคัญที่สุดคือสีหน้าของลาเลห์ที่เป็นอีกส่วนหนึ่งของเอมวีตัวนี้ด้วย

ในท่อนสำคัญของเพลงลาเลห์จะร้องว่า

Låt mig vara, låt mig vara
litet till, jag är, jag är inte beredd att gå än….

Låt mig finnas, låt mig att finnas,
litet mer, jag är, jag är inte beredd att dö än,

inte än.

Nej, jag är,
jag är inte beredd att gå…

ที่มีความหมายว่า..

“ให้ฉันอยู่ต่อได้ไหม อีกสักนิดหนึ่ง
เพราะฉันยังไม่พร้อมที่จะไป
ให้ฉันอยู่ต่ออีกสักนิด
ฉันยังไม่พร้อม.. ยังไม่พร้อมที่จะตายตอนนี้” 

(แปลได้ไม่สละสลวยมาก แต่ก็ตามนี้ไปก่อนเนอะ)

    คงไม่ต้องอธิบายความหมายใดๆ เพิ่ม เพราะแค่ประโยคที่เธอบอกว่า “ฉันยังไม่พร้อมที่จะตายตอนนี้” ก็น่าจะครอบคลุมความหมายของทุกอารมณ์ในเพลงได้แล้ว และถ้าจะอธิบายให้อินกับในเอมวีอีกสักหน่อย คือเราประทับใจทั้งสีหน้า แววตาของเด็กชายกับเด็กหญิงที่อยู่ในวิดีโอ เรายังไม่เคยกลับไปนั่งดูแบบจริงจังแบบตีความให้กระจ่างว่าแต่ละฉาก แต่ละการกระทำของตัวละครนั้นมีความหมายแฝงว่าอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นตอนแรกสุดที่สองพี่น้องจูงมือกันออกมาวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานท่ามกลางความสดใสของแสงอาทิตย์และต้นไม้ดอกไม้ที่น่าจะสื่อให้เข้าใจได้ไม่ยากถึงความมีความสุขของเด็กๆ ที่ได้เห็นฤดูใบไม้ผลิมาเยือนอีกครั้ง หรือจะจะเป็นตอนที่สองพี่น้องเจอกลุ่มเด็กละครสัตว์ (ที่ใช้เด็กๆ จากคณะละครสัตว์ของสวีเดนมาแสดงจริงๆ) แล้วมาเล่นด้วยกัน และตอนหลังๆ ที่พี่สาวต้องดึงแขนน้องชายเอาไว้ ไม่ให้ไปกับเด็กกลุ่มนั้น

    เท่าที่ดูมาหลายๆ รอบก็รู้สึกชอบในจังหวะการเคลื่อนไหว ทั้งของตัวนักแสดงเด็กๆ เอง ทั้งภาพวาด (ชอบมาก เจ๋งมาก) ทั้งโทนสี และกิมมิคบางอย่างที่น่าจะมีความหมายชวนคิด เช่นตอนที่กระดุมบนเสื้อของสองพี่น้องใหญ่ขึ้นในตอนหลัง น่าจะสื่อถึงอะไรบางอย่างที่เราเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ และที่นอกเหนือจากนั้นคือตัวนักร้องเอง ลาเลห์ใช้การเคลื่อนไหวร่างกาย การขยับปาก การกระพริบตาและแววตาที่เป็นตัวช่วยในการสื่อสารและความหมายของเพลงออกมาได้มากกว่าเดิม ลองสังเกตว่ามันมีความหม่นที่แฝงอยู่ในเอมวีนี้ แต่ตัวลาเลห์เองกลับเลือกที่จะร้องเพลงด้วยรอยยิ้มที่เข้ากับโทนอารมณ์ของเพลงเธอ นั่นก็คือการร้องเพลงเศร้าในรูปแบบของการปลอบใจ แต่เราก็อดคิดไม่ได้ว่านักแสดงที่ทีมงานของเธอเลือกมา โดยเฉพาะสองพี่น้อง มีหน้าตาคล้ายลาเลห์มาก (คือออกไปทางหน้าแขกๆ ตะวันออกกลาง) และเราก็คิดว่าลาเลห์น่าจะ (เคย) มีน้องชายมาก่อน แต่เรื่องนี้เราไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ แต่เชื่อว่าทุกเพลงที่เธอแต่ง และหลายๆ รูปหรือวิดีโอที่เธอทำออกมาน่าจะมีความเชื่อมโยงกับชีวิตของเธอและเรื่องที่เคยเจอมา ที่เคยสัมผัสกับจิตใจเธอในด้านที่มีอิทธิพลที่สุดมาก่อน

    ที่จริงแล้วไม่ว่าจะเป็นเพลงหรือเอมวี วิดีโออะไรก็ตามแต่ บางครั้งก็ไม่จำเป็นจะต้องใส่ความหมายอย่างตรงไปตรงมาไปซะหมด ไม่แปลกที่เราฟังเพลงนี้หรือดูเอมวีแล้วจะสามารถตีความเป็นอะไรก็ได้แล้วแต่ เรากลับไปดูอีกรอบก็ยังแอบคิดว่า เอ๊ะ.. หรือจะเป็นเรื่องราวของพี่สาวที่สูญเสียน้องชายไปหรือเปล่า? แต่เราก็ไม่มีวันรู้อยู่ดีว่าจริงๆ แล้วเป็นยังไง แล้วพอมานึกอีกทีก็รู้สึกว่า เออ แล้วจะรู้ไปทำไมอ่ะ แต่ทั้งหมดที่เขียนมานี้ก็เพื่อมาบอกเล่าความชอบและสิ่งที่น่าสนใจในผลงานชิ้นนี้ เพลง Vårens Första Dag เป็นเพลงที่เราฟังกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ ถึงแม้ว่าเราอาจไม่ได้เรียนรู้และเข้าใจภาษาสวีเดนมากพอที่จะ “เข้าใจ” ความหมายของทุกๆ คำที่เธอร้องและสื่อออกมา แต่อาจเป็นการเข้าใจผ่านการจดจำความหมายจากการแปลมามากกว่า ถึงยังไงมันก็สวยงามอยู่ดี

   ความสูญเสียอาจไม่ใช่ความสวยงามเท่าไหร่ แต่การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ หลังจากความสูญเสียน่าจะเป็นความสุขและความสวยงามที่เกิดมาอีกครั้ง ขอบคุณลาเลห์ที่แต่งเพลงดีๆ ออกมาให้ฟังอยู่เสมอ และสำหรับใครที่อ่านจนมาถึงตรงนี้แล้ว… กดเข้าไปดูเอมวีกันเลย รับรองว่า ถึงจะไม่เข้าใจในภาษาสวีเดน แต่จากสิ่งที่เธอสื่อออกมาด้วยเสียงร้อง ดนตรี และภาพ มันต้องสัมผัสจิตใจทุกคนแน่นอน

เรื่องน่ารู้ (ถึงไม่อยากรู้ก็จะบอก) :  ประโยค “Jag är inte beredd att dö än” ในเพลงที่มีความหมายว่า “ฉันยังไม่พร้อมที่จะตายตอนนี้” ก็เป็นชื่อหนังสารคดีชีวิตของลาเลห์ด้วย เป็นหนังที่ดีมาก แม้คนที่ไม่รู้จักลาเลห์ได้ดูก็น่าจะชอบ

ชีวิตและความตายคือสิ่งที่ฉันไม่มีวันเอาชนะได้ เพราะงั้นเชิญตามสบาย อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดอยู่แล้ว
“Death, life, I can’t beat you. You do what you want, you always have” – Laleh

Post Author
mayajett

Leave A Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *