Subscribe to newsletter

Subscribe to the newsletter and you will know about latest events and activities. Podpisyvayse and you will not regret.

Airbnb ดีจริงเหรอ? จะเล่าเรื่องแปลกๆ (แต่ดี) ที่ไปเจอมาให้ฟัง

    เดี๋ยวนี้ใครจะไปเที่ยวก็คงให้ Airbnb เว็บจองที่พักแบบ Local เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ใครที่ชอบเที่ยวแบบชิลๆ ไม่จำเป็นต้องอยู่โรงแรมหรูหราหรือเซอร์วิสอะไรจัดเต็ม หรือใครชอบเที่ยวประหยัดงบ จากประสบการณ์ของตัวเองโดยตรงก็ขอแนะนำ Airbnb ให้รองลงมาจากพวกโฮสเทลหน่อยละกัน เนื่องจากราคาจะสูงกว่าโฮสเทลนิดนึง แต่ก็มีให้เลือกหลายราคา ตั้งแต่แบบบ้านๆ จนไปถึงบ้านสุดหรูที่ราคาแพงกว่าโรงแรมห้าดาวก็มี แต่วันนี้เราไม่ได้จะมาแนะนำว่า Airbnb คืออะไร และใช้งานยังไง เพราะคิดว่าหลายคนคงรู้แล้ว เราจะมาเล่าเรื่องราวแปลกๆ (แต่ดี) ที่เราเจอมาเองจากการไปเที่ยวคนเดียวมาให้ฟัง

    ส่วนตัวเราชอบ Airbnb มากกว่าพักโรงแรมหรือโฮสเทลไหนๆ แต่ก็ไม่ใช่เพราะเหตุผลว่าเราจนหรืออะไรงี้นะ 555 แต่แบบที่ชอบ Airbnb เพราะว่ามันได้ฟีลเหมือนอยู่บ้านจริงๆ ด้วยความที่ทริปล่าสุดที่เราไปมาคือประเทศสวีเดน และเรารักประเทศนี้มากกกก เรียกได้ว่าถ้ามีโอกาสให้ทำความรู้จักหรือพบเจออะไรใหม่ๆ ที่อยู่ในประเทศนี้เราก็ไม่เกี่ยงทั้งนั้น และการเลือกพัก Airbnb ในสวีเดนครั้งล่าสุดก็ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ “อยู่บ้าน” จริงๆ คือนึกออกป่ะ ฟีลแบบมโนว่าตัวเองเป็นคนสวีเดน ตื่นเช้ามา แพลนเวลาง่ายดาย อาบน้ำแต่งตัวแต่งหน้าครึ่งชั่วโมง จิบชาหรือกาแฟ แซนด์วิชนิดหน่อยก่อนออกจากบ้านเดินไปขึ้นรถไฟที่อยู่ห่างบ้านเพียงแค่เดิน 3 นาที พอเที่ยวๆๆ เสร็จจนหมดวันก็นั่งรถไฟกลับมา เดินอีก 3 นาที ชมนกชมไม้ เดินผ่านทะเลสาป สวนสาธารณะ เห็นวิถีชีวิตชาวบ้านๆ ที่ถ้าเราพักโรงแรมอาจไม่ได้ฟีลนี้ (ขึ้นอยู่กับละแวกที่เลือกพักด้วยอ่ะแหละ) ฟีลที่ได้ถือกุญแจบ้าน ได้กดรหัสหน้าอพาร์ตเมนต์ คือแบบ.. กูเป็นคนสวีเดนแล้วโว้ย!!! ถึงแม้จะแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ก็เถอะ

    แต่การพักบ้าน Airbnb นั้นก็ไม่ได้สบายแบบหายห่วงเหมือนอยู่โรงแรมขนาดนั้น เนื่องจากบ้านส่วนมากจะเป็นบ้านที่เจ้าของพักอาศัยอยู่ด้วย บางครั้งเราไม่ได้มีอิสระหรือทำอะไรได้เต็มที่เหมือนการพักโรงแรมห้องเดี่ยวที่จะหิ้วใครต่อให้มาในห้องได้ (เดี๋ยวนะ ไม่ได้หมายความแบบนั้น..) หรือชวนเพื่อนมานั่งคุยเล่นอะไรงี้ เอาเป็นว่าเดี๋ยวจะลองเล่าให้ฟังเป็นบ้านๆ ไป ว่าเราเจออะไรมาบ้างก็แล้วกัน

1.บ้านแรกที่ Alvik, Stockholm, Sweden

วิวที่มองออกมาจากห้องพัก

    อัลวิก (Alvik) เป็นชื่อสถานีรถไฟใต้ดินที่อยู่ห่างจากใจกลางเมืองสตอกโฮล์มประมาณไม่เกิน 10 นาที เนื่องจากสตอกโฮล์มเป็นเมืองที่เล็ก (ในมุมมองคนอยู่ กทม. นะ) น่าจะขนาดประมาณ 1 ใน 10 ของกรุงเทพก็ว่าได้ เพราะงั้นก่อนมาที่นี่ เพื่อนสวีเดนเราทุกคนก็พูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ว่าจะอยู่โซนไหน สถานีไหนของสตอกโฮล์ม ไม่ต้องห่วงว่ามันจะไกล เพราะทุกที่มันไม่ได้ไกลกันขนาดนั้น แต่เนื่องจากเราเป็นนักท่องเที่ยว บางครั้งเลยอยากมีฟีลเดินกลับบ้านจากใจกลางเมือง ซึ่งถ้าจะทำให้ได้แบบนั้นก็ต้องมีตังค์จองที่พักราคาคืนละสามพันอัพ ซึ่งแบบ ไม่มี ก็เลยยอมอยู่ไกลออกจากใจกลางเมืองหน่อย รถใต้ดิน รถเมล์ และขนส่งต่างๆ ของสตอกโฮล์มทั่วถึงและมีตารางเวลาชัดเจน การอยู่ไกลจึงไม่ใช่ปัญหาอะไรทั้งสิ้น ก่อนหน้านี้เราจองที่พักล่วงหน้าประมาณสองเดือนก่อนเดินทาง โฮสต์เป็นผู้ชายใจดี ที่ให้รายละเอียดการเดินทางมาบ้านเป็นอย่างดี เราแค่เปิดแผนที่ที่โฮสต์ให้มา และอ่านรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่โฮสต์บอกประมาณว่า “พอออกจากรถไฟที่สถานีอัลวิกปุ๊บ ให้เลี้ยวขวา ประตูทางออกของสถานีจะอยู่ขวาสุด และให้เดินมาทางนั้นประมาณสามนาที” เราทำตามทุกอย่างและไปถึงหน้าบ้าน กดรหัสเข้าอพาร์ตเมนต์ เข้าไปและทำตามที่โฮสต์บอกในข้อความ

หนึ่ง- ใส่รหัสเข้าอพาร์ตเมนต์มา

สอง- เดินลงชั้นใต้ดิน เปิดประตูจะเห็นประตูซ้ายสุด เปิดเข้าไปจะเป็นท่ออยู่ด้านบนเยอะๆ กุญแจบ้านอยู่บนนั้น

    ที่โฮสต์ต้องบอกใบ้เป็นเกมหาของแบบนี้ก็เพราะว่าเราไปถึงเวลาเที่ยงๆ และโฮสต์ไม่อยู่บ้าน (ไปทำงาน) ตอนแรกก็รู้สึกสนุกดีนะ เหมือนเล่นเกม แต่… กุญแจที่อยู่บนท่อมันอยู่ตรงไหนวะ หาไม่เจอ?

    ด้วยความที่เหนื่อยจากไฟลท์สิบหกชั่วโมง นอนน้อย อยากอาบน้ำ อยากนอน หูดับเพราะเป็นหวัดและด้วยความดันอากาศตอนขึ้นเครื่องบิน และด้วยความที่… เราไม่ได้สูงขนาดนั้น!! จึงทำให้เราไม่สามารถหยิบกุญแจที่โฮสต์ซ่อนอยู่บนท่อน้ำด้านบนนั้นได้ เราโทรหาโฮสต์ แต่ท้ายที่สุดเราก็ใช้วิธีการแก้ปัญหาโดยการคว้าไม้กวาดแถวนั้นมาแล้วเขี่ยๆ ไปบนท่อ จนกระทั่งกุญแจตกลงมา!!!! พอได้กุญแจก็เอาไปเปิดเข้าบ้าน เอากระเป๋าเข้าไปเก็บ เปิดกระเป๋า เอาของออกมา นั่งๆ นอนๆ อยู่สักพัก อึ้งนิดๆ กับการกลับมาสตอกโฮล์มเป็นครั้งที่สอง จากนั้นรีบนัดกับเพื่อนคนสวีเดนที่จะเจอกัน อาบน้ำอะไรเสร็จเป็นอันเสร็จ ออกจากบ้าน….

    หลังจากเที่ยวมาทั้งคืน เรานั่งรถไฟกลับบ้านตอนเที่ยงคืน เป็นเวลาที่โหดสำหรับโฮสต์ที่ต้องตื่นหกโมงเช้าไปทำงานพรุ่งนี้ เพราะเมื่อเราเข้าบ้านไปปุ๊บ โฮสต์รอเรา!!!! นางเดินออกมาต้อนรับ เราขอโทษที่กลับดึกและทำให้รอ ซึ่งจริงๆ Airbnb ส่วนมากจะไม่มีกฏการเข้าบ้านดึกแต่อย่างใด แต่คิดว่าด้วยมารยาทแล้ว โฮสต์คนนี้เลยเลือกที่จะรอต้อนรับเรา (รู้สึกผิดมาก) เราคุยกันสักพักแล้วก็แยกย้ายไปนอน ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี แต่…

เรื่องพีคที่ 1 คือ

กลางดึกนั้น อยู่ๆ เราก็ได้ยินเสียงประหลาด..

    ใครเคยไปอยู่ต่างประเทศมาน่าจะพอเดาออกได้ว่าเวลาอยู่ในบ้านหรืออพาร์ตเมนต์ต่างๆ ตกกลางคืนทุกอย่างจะเงียบมาก เงียบจนกระทั่งได้ยินเสียงหายใจ เราไม่แน่ใจว่าประเทศอื่นเป็นยังไง แต่ที่สตอกโฮล์มเป็นแบบนี้ คือบ้านเค้าหนาว แอร์ไม่มี ก็เลยไม่ได้มีเสียงแอร์ ไม่มีเสียงจิ้งหรีด เสียงหมาเห่า หรือแม้กระทั่งเสียงรถวิ่งผ่าน ดังนั้นกลางคืนจะเงียบมากจริงๆ เราตื่นมาเพราะได้ยินเสียงร้องแหบๆ ครางๆ ประหลาด เหมือนคนโดนทำร้ายหรือกำลังทรมาน ถ้านึกไม่ออกให้ลองนึกถึงหนังซอมบี้ ฉากที่ใครสักคนกำลังกลายร่างเป็นซอมบี้ เสียงร้องทรมานเหมือนบาดเจ็บจากด้านใน หรืออาจเป็นเสียงกำลังจะถูกใครบีบคอ หรือทำร้าย เสียงแบบนี้แหละที่เราได้ยิน…

    เราตกใจมาก ใจเต้นแรง นอนนิ่งตัวแข็งพลางคิดในใจว่ามีดพกที่เอามาเก็บไว้ตรงไหนของกระเป๋า!? แถมไม่กล้าขยับตัว กลัวจะมีเสียงออกไป… เรานอนอยู่ในห้องเดี่ยวขนาดเล็กที่ประตูห้องเปิดออกไปก็ติดกับห้องนั่งเล่นเลย โฮสต์เรานอนในห้องนั่นเล่นนั้น และความที่เรารู้สึกว่านี่เป็น “บ้าน” ที่เรามาพักเค้า เราเลยคิดว่าไม่น่ามีอะไร และล็อคที่ให้มาไว้กับประตู เราก็ไม่ได้ใช้งานมัน (ที่สวีเดนประตูส่วนมากจะไม่มีตัวล็อคแบบบ้านเรา แต่เค้าจะให้กุญแจมาเพื่อไขไว้ล็อคถ้าอยากจะล็อค) เรานิ่งไปสักพัก.. ไม่มีเสียงอะไรอีก และด้วยความง่วงเลยเผลอหลับไปจนเช้า…

โปสเตอร์ที่ไปขโมยมา แล้วตากไว้ในห้องเพราะมันเปียกฝน

เรื่องพีคที่ 2

    รู้สึกตัวตื่นประมาณตอนเจ็ดโมงเช้าเพราะได้ยินเสียงเคาะประตูดังเป็นจังหวะมาสักพักแล้ว พอตื่นมาก็ยิ่งรู้เลยว่ามีคนเคาะประตูห้องเราอยู่ เอ๊ะ เดี๋ยวนะ.. นี่เราเป็นแขกเค้าไม่ใช่เหรอ? เรามาพักเสียตังค์ ไม่ควรมีใครมารบกวนใช่ปะ แต่.. ในที่สุดเราก็ลุกขึ้นไปเปิดประตูแบบง่วงสุดๆ

“เอ่อ… ต้องขอโทษจริงๆ นะครับ แต่ผมลืมกางเกงไว้ในตู้ในห้องนี้”

    โฮสต์พูดจาตะกุกตะกักแบบรู้สึกผิดมาก แถมนางก็ไม่ได้ใส่กางเกงอยู่จริงด้วย อีด้อลลลลลลลลล อะไรทำให้กูต้องตื่นมาเห็นอะไรแบบนี้ด้วย โว้ยยยย คือโฮสต์ใส่เสื้อแล้ว แต่กางเกงอ่ะ ใส่แต่กางเกงใน นี่ไม่ถือไงก็เรื่องธรรมดา แต่แบบ มึงงงงง กูแขกเข้าพักบ้านมึง มึงควรลืมกางเกงป้ะคะะะะ โว้ยยยยยยย นี่ก็เลยเปิดให้นางเข้ามาแบบเงิบๆ นางก็ขอโทษขอโพยใหญ่ จนเราได้แต่พูดว่าไม่เป็นไรๆ เอ้อออออ แปลกดีเนอะ!!!!

    หลังจากนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรมากมาย เพราะทุกอย่างที่บ้านนี้มีให้ก็สะดวกสบายครบครัน แต่แล้วเรื่องแปลกมันก็เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 เมื่อคืนถัดมา เราได้ยินเสียงประหลาดนั้นอีกครั้ง และเสียงนั้นก็ดังขึ้นและดังหลายครั้งมากจนเราตกใจและรู้สึกไม่ปลอดภัย จนที่สุดแล้วต้องลุกขึ้นมาเปิดไฟ และล็อคประตู ก่อนจะไปนอนนิ่งๆ บนเตียงแล้วก็เผลอหลับไป…

สภาพห้องนอนที่ทำเละแล้ว

อีกมุม ที่ทำเละแล้ว (อายจัง)

รุ่งเช้าตื่นมา แต่งตัว กินข้าว โฮสต์เดินมาทักทายด้วยคำขอโทษว่า

“เมื่อคืนขอโทษนะ.. คือผมชอบละเมอ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ”

    เหมือนโฮสต์จะรู้ตัวดีว่าละเมอเสียงดังมาก ใช่ มันดังจริงๆ และเสียงนั้นฟังดูทรมานมากจนเราแอบคิดไม่ได้ว่าเค้ามีปัญหาอะไรรึเปล่า? เค้าป่วยหรือว่ามีเรื่องเครียดอะไรขนาดนั้นมั้ยถึงได้ละเมอน่ากลัวเบอร์นั้นอ่ะ แต่นี่ก็ไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวมาก เราสัมผัสได้ว่าเค้าเป็นคนดีและรู้สึกผิดจริงๆ เลยไม่ได้คิดอะไร และสุดท้ายพอเช็คเอาท์และเราต้องเดินทางไปยังอีกเมืองนึง ที่สุดแล้วเราก็กลับไปให้รีวิวกับที่พักนี้ว่า..

-โลเคชั่นดีมาก ติดรถไฟฟ้า แค่สามนาทีเท่านั้น

-บ้านสะอาด ทุกอย่างครบครัน

ไม่ได้เขียนถึงเรื่องโฮสต์กรนหรืออย่างอื่น ไม่รู้ว่าถ้าเป็นคนอื่นจะเขียนมั้ย แต่เราถือว่าเค้าเป็นคนมีมารยาทคนนึง ถ้าไม่นับเรื่องพีคต่างๆ ที่เจอมา เราว่าเราโอเคทุกอย่างเลย

ห้องครัว ดีมากกก มีชา มีกาแฟ ทุกอย่างให้ แต่อาหารในรูปเอามาเอง

บ้านพักนี้ตกคืนละประมาณไม่เกิน 1,600 บาท ถือว่าเป็นราคาที่ดีสำหรับการนอนในเมืองสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของสแกนดิเนเวีย ที่ทุกอย่างแพงเว่อร์ แต่ถ้าใครอยากได้ที่พักแบบใกล้ใจกลางเมืองจริงๆ ก็ให้เตรียมงบไว้สักคืนละ 1,800 – 3,500 เป็นต้นไป

ขอปิดท้ายด้วยรูปวิวสวยๆ จากย่านอัลวิก
สวยจนหลงรักชานเมืองในสตอกโฮล์มโดยไม่ต้องพยายามใดๆ 

2.บ้านที่สอง ในใจกลางเมืองเวสเตโรส สวีเดน

    เวสเตโรส (Västerås) เป็นเมืองที่อยู่ห่างออกไปทางฝั่งตะวันตกของสตอกโฮล์ม ใช้เวลานั่งรถไฟไปประมาณ 3 ชั่วโมงชิลๆ เมืองนี้เราได้ที่พักที่เพิ่งเปิดใหม่ใน Airbnb คือเจ้าของบ้านเพิ่งเป็นมือใหม่ ที่โชคดีคือได้บ้านพักที่อยู่ “ใจกลางเมือง” ของแท้เลย แบบว่าบ้านอยู่ในจัตุรัสใจกลางเมือง เดินสิบก้าวก็ถึงร้าน H&M สาขาออริจินัล (ต้นกำเนิด H&M อยู่ที่เวสเตโรส) และร้านอาหาร ร้านทุกอย่างอยู่ใกล้แค่ก้าวสองก้าว

    แต่เวสเตโรสเป็นเมืองที่เล็กมาก เราไม่ได้มีเวลาอยู่นานพอจะสำรวจเมืองทั้งเมืองได้ขนาดนั้น แต่ในใจกลางเมืองเล็กมาก คือถ้ามาคนเดียวแบบไม่รู้จักใครก็จะเหงามาก เมืองเล็กกว่าจังหวัดร้อยเอ็ดในไทยอะไรทำนองนี้อีก /ที่ใช้ร้อยเอ็ดเทียบเพราะบ้านแม่อยู่ร้อยเอ็ด

    ด้วยความที่ลืมคิดว่าโฮสต์อาจจะมีอย่างอื่นทำ เลยบอกเค้าไปว่าจะไปถึงที่นั่นประมาณ 11 โมง หลังจากคาดคะเนเวลารถไฟออกจากสตอกโฮล์ม แต่ที่สุดแล้วเราไปถึงเวสเตโรสประมาณ 11.30 แล้วด้วยความที่ก่อนหน้านี้เรานั่งรถไฟมาจากโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของเดนมาร์กตอนตีสอง และรอรถที่มัลเมอ (สวีเดน) ตอนตีห้า เพื่อจะมาสตอกโฮล์มเพื่อนั่งรถไฟมาเวสเตโรส คืนก่อนเมาจนไม่ได้นอน หลับบนรถไฟไปแค่ครึ่งชั่วโมงกว่าๆ ทำให้ไม่มีแรงพอจะจัดการอะไรทั้งนั้น พอมาถึงเวสเตโรสเลยหวังแค่ว่าจะได้เข้าบ้านเลย แต่ปรากฏว่าโฮสต์แม่งไม่รับสาย โทรไปกี่ครั้งก็ไม่รับ เลยส่งข้อความไปหาทั้งในมือถือ และในเว็บ Airbnb

    ตอนนั้นไลน์ฟ้องแม่ที่ไทยว่าง่วงมาก โฮสต์ไม่รับโทรศัพท์ อยากเข้าบ้านไปนอนมาก เกลียดๆๆ เพราะเหนื่อยมาก เพลียมาก ในใจกลัวว่าถ้าโดนเทจะทำยังไง แผนสองเอาไงดี แต่ที่สุดแล้วแฟนสาวของโฮสต์ก็ติดต่อมาทาง Airbnb เพราะเธอเป็นโฮสต์ร่วมกันใน Account นั้น เราเลยได้เข้าบ้านในที่สุด ทุกอย่างโอเคมาก บ้านดูหรูมาก เป็นลักษณะอพาร์ตเมนต์ที่มีหลายห้องอยู่ข้างใน เราได้อยู่ในห้องนอนที่มีขนาดใหญ่กว่าที่ก่อนเยอะ และห้องก็สะอาดสะอ้านเช่นเคย มีทุกอย่างเตรียมไว้ให้ ที่นอน โต๊ะ ผ้าเช็ดตัว สลิปเปอร์ และห้องน้ำก็สะอาดสวยงามดี เราบอกโฮสต์ว่าเราจะขอนอนก่อน นางเองก็ต้องออกไปเรียน และบอกว่าแฟนนางติดประชุมเลยไม่ได้รับโทรศัพท์ เราเลยนอนหลับไปจนกระทั่งตื่นมาอีกทีตอนเย็น เปิดประตูออกมาเจอกระดาษโน้ตไซส์ A4 โฮสต์เขียนไว้ว่าพวกเค้าจะออกไปข้างนอก จะกลับมาอีกทีตอนสองทุ่ม พร้อมบอกว่าแถวนี้ร้านอาหารปิดเร็วมาก ประมาณสองทุ่มก็เริ่มปิดกันแล้ว ถ้าอยากกินอะไรต้องรีบไป หรือไม่ก็ไปมินิมาร์ทใกล้ๆ


ห้องนอน ที่ทำรกอีกเช่นเคย

    จดหมายที่ได้มาน่ารักดี ทุกวันนี้ก็ยังเก็บไว้ ไม่รู้ทำไม โดยรวมการพักที่นี่คือสบายดี แต่ข้อเสียก็มีอยู่นิดๆ หน่อยๆ คือด้วยความที่โฮสต์สองคนมักจะใช้เวลาอยู่ในห้องนั่งเล่นที่มีบริเวณครัวติดกันในห้องเดียวกัน เราเลยรู้สึกเกรงใจทุกครั้งเวลาจะเดินไปทำอาหารหรือหยิบอะไรในตู้เย็น ทั้งๆ ที่มันก็เป็นสิทธิ์ของผู้พักนั่นแหละ ว่าทำตัวให้เหมือนบ้าน พื้นที่ที่เค้าแชร์ให้เราใช้ได้หมด แต่อย่างว่า พอขึ้นชื่อว่าเป็น Airbnb มันจะมีความบ้านมากกว่าโรงแรม เราเลยต้องเคารพสิทธิ์กัน อีกเรื่องนึงคือ เวลาใช้ห้องน้ำ พูดตรงๆ เลยถ้าตื่นมาเวลาเดียวกับโฮสต์แล้วเราปวดอึ แล้วต้องเข้าห้องน้ำนาน อันนี้ก็โคตรเกรงใจ แต่ก็ยังไม่เคยเจอโฮสต์ไหนมารอนะ แค่เป็นอารมณ์แบบเกรงใจ 55555 และอีกเรื่องคือ คืนสุดท้ายที่เราพัก เราต้องไปคอนเสิร์ต และคืนนั้นเป็นคืน 29 ตุลาคม เป็นคืนที่คนสวีเดนออกไปปาร์ตี้วันฮาโลวีน เพราะวันฮาโลวีนจริงๆ เป็นวันจันทร์ คนเลยจะไม่ค่อยปาร์ตี้กัน พอเรากลับมาประมาณสี่ทุ่มครึ่ง (กลับเร็วโคตรรรรร) โฮสต์ก็ขนเพื่อนมาสองสามคนเพื่อแต่งหน้าจะไปปาร์ตี้กัน ซึ่งเราก็ไม่ได้อะไร แต่สุดท้ายพอเค้ากลับกันมาตอนตี 2 เรากำลังจะนอนก็นอนไม่หลับเพราะเสียงคนคุย คนเดินไปเดินมา


สภาพโต๊ะที่รกมากๆ

    สรุปแล้วเรื่องพีคๆ ไม่ได้มีอะไรมากนอกจากวันแรกที่ติดต่อโฮสต์ไม่ได้ ก็เลยเป็นบทเรียนเหมือนกันว่าการที่เรานัดเค้าไว้แล้ว และพอถึงเวลาเรายังไม่ไปเจอ และเค้าไม่ได้โทรตามหรืออะไรก่อนหน้า แปลว่ายังไงเราก็ควรตรงเวลาอยู่ดี อันนี้ลืมคิดไปจริงๆ เพราะความเคยชิน แต่ก็ยังแอบคิดในใจว่าเค้าก็ควรบอกหน่อยป้ะวะ ว่าถ้าเรามาเลทจะไม่อยู่แล้ว หรือต้องติดต่อใคร แต่ไม่เป็นไร ทีหลังก็ต้องรอบคอบกว่านี้


ความแฮปปี้ในเวสเตโรส 

3.บ้านที่สาม ห้องเล็กๆ แถวย่าน Midsommarkransen

    สองคืนสุดท้ายในสตอกโฮล์ม เราเลือกพักที่นี่ ที่โฮสต์มีความงงๆ ในตอนแรก เพราะเราเจอบ้านนี้ใน Airbnb ว่าเป็น Newly renovated มีครัว ห้องน้ำ ห้องนอนทุกอย่างพร้อม เป็นอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ห้องเล็กๆ แต่เดินทางสะดวก ทีแรกเห็นว่าเป็นโฮสต์ใหม่ ไม่มีรูป เราเลยส่งข้อความไปขอดูรูปบ้าน โฮสต์เลยอัพรูปขึ้นเว็บทันที และพิมพ์มาถามว่า “งี้ได้ป่ะ?” นี่ก็งง อะไรวะ เลยเข้าไปดูในโปร์ไฟล์นาง ปรากฏว่าอัพรูปห้องจริงๆ แต่แม่งเป็นรูปห้องที่แบบมีข้าวของของคนที่พักอยู่ หรือของนางก็ไม่รู้ โอ๊ยยย เกลียดๆๆ แต่นี่ก็ไม่ได้อะไร รู้สึกว่าราคาโอเคและต้องรีบจองแล้ว ก็เลยจองไปในที่สุด

    ความพีคอยู่ที่ว่า.. เราปักหมุดบ้าน Airbnb นี้ไว้ใน google maps ที่มีแต่ดาวเต็มไปหมดในสตอกโฮล์ม และย่าน Midsommarkransen นี้ แม่งมีอยู่สองหมุด ที่เราก็ลืมไปซะสนิทตอนมาถึงที่นี่ ว่าอีกหมุดนึงแม่งปักไว้เพราะว่ามันเป็นบ้านของนักร้องคนนึงที่ไปติ่ง โว้ยยยยย ต้องเป็นคนยังไง!! แล้วคือไปรู้ที่อยู่เค้ามา แต่ไม่เคยไป แต่ครั้งนี้พอจะไปบ้าน Airbnb เสือกไปตามหมุดนั้น แล้วเป็นไง หาบ้าน Airbnb ไม่เจอ โทรหาโฮสต์ ปรากฏว่าผิดบ้าน! เกลียดๆๆ 

    แต่พอมาเจอโฮสต์แล้วก็โอเค ไม่มีปัญหาอะไร ห้องนอนโอเค มีสองเตียงเล็ก แต่เราก็ใช้เตียงเดียวอยู่ดี แถมแอบถามนางว่า “ถ้าเอาเพื่อนมาบ้านได้มั้ย? แบบมาธรรมดา ไม่ได้นอน” (ต้องเป็นคนยังไงถึงถามอะไรแบบนี้วะ) โฮสต์ส่ายหน้าแล้วบอก “ไม่ได้” ก็โอเค ไม่เป็นไร เคารพตามกฎไป โดยรวมการพักที่นี่ไม่มีปัญหาอะไรเลย เพราะโฮสต์ออกแนวไม่สุงสิงและมีเรื่องทำอยู่ตลอดเวลา แต่อีกเรื่องที่อยากให้เก็บไว้คิดถ้าได้มีโอกาสเดินทางไปสวีเดนและประเทศยุโรปอื่นๆ คือเรื่องการทิ้งขยะค่อนข้างยากสำหรับคนไทยอย่างเราๆ เพราะในประเทศไทย ไม่ว่าบ้านไหนจะแยกขยะยังไง สุดท้ายรถขยะแม่งก็เอาไปรวมกันอยู่ดี เพราะงั้นเลยไม่ได้มีนิสัยที่ถูกปลูกฝังมาว่าต้องทิ้งอะไรแยกกับอะไร แต่ที่นี่ สวีเดนแยกขยะ ตั้งแต่เศษอาหารเปียก เศษกล่องกระดาษ พลาสติก ขวดแก้ว เอาจริงการเป็นนักท่องเที่ยวหรือเป็นแขกที่ไปพักตามบ้าน Airbnb ค่อนข้างงงๆ เรื่องขยะ บางบ้านไม่มีถังขยะให้ในห้องนอน เราต้องใช้ถุงที่เอามาเองทิ้งสิ่งของ ซึ่งของที่ทิ้งก็แรนด้อมรวมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น เลกกิ้งที่ขาดแล้ว (เป็นคนยังไง 55555) ทิชชู่ใช้แล้ว สำลี เศษขนม พลาสติก ตั๋วเครื่องบิน และอื่นๆ รวมมั่วไปหมด แต่สุดท้ายแล้วพอแจ้งกับโฮสต์ เค้าก็จะพูดกับเราเองว่า “เดี๋ยวทางเราจัดการเอง ไม่ต้องห่วง”

    สิ่งสำคัญในการไปพัก Airbnb คือเราต้องอ่านรายละเอียดและกฎของบ้านนั้นให้ชัดเจน ดีที่เราเจอมาแต่บ้านดีๆ ไม่มีใครมีนิสัยแปลกแบบสุดๆ หรือมีปัญหาอะไร แล้วเราเองก็เคารพกฎและทำทุกอย่างตามที่คนควรจะทำและได้ฟีดแบ็คกลับมาว่าเป็นแขกที่เรียบร้อย มีมารยาท สะอาด แค่นี้ก็พอใจแล้ว และก็ต้องอย่าลืมว่า Airbnb เป็นที่พักที่เน้นไปทางบ้านพัก เหมือนเราไปอาศัยห้องๆ นึงของเค้าอยู่ ก็อย่าลืมที่จะรักษามารยาทและความสะอาดเรียบร้อย บางอย่างอาจไม่ได้เซอร์วิสดี 100% แบบโรงแรม แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการท่องเที่ยวที่เราพึงพอใจ

วันที่เช็คเอาท์ออกจากบ้านสุดท้าย หิมะกำลังจะตกเลย 🙂

    จากที่เขียนมาทั้งหมดเป็นประสบการณ์ของการพัก Airbnb แบบลุยเดี่ยว เราแอบคิดว่าถ้ามีเพื่อนมาช่วยหารด้วยอีกสักคนสองคนก็น่าจะได้บ้านที่ใหญ่และอยู่ใจกลางเมืองมากกว่านี้ได้ การเลือกหาบ้านพักใน Airbnb ก็เป็นอีกอย่างนึงที่เราชอบมาก ยิ่งเรารู้จักเมืองนั้นดีอยู่แล้ว หรือทำการบ้านมาดี เราก็จะยิ่งสนุกกับการค้นหา แต่อย่าลืมว่าควรจองตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนเดินทางสัก 1-2 เดือน ไม่งั้นจะเต็มก่อน (แต่ถ้าจองล่วงหน้านานเกินเค้าก็อาจจะไม่รับ)

ปีนี้ไม่แน่ใจว่าจะได้ไปเที่ยวไหน แต่ถ้าได้เจอประสบการณ์อะไรที่น่าเล่าอีกก็จะมาเล่าให้ฟังกันนะ 🙂

-รูป cover เป็นรูปที่ถ่ายจาก Christiania Freetown ที่ Copenhagen, Denmark (Late October 2016)

Post Author
mayajett

Comments

1 Comment
  1. posted by
    Sn0wQueen
    Apr 3, 2017 Reply

    น่าสนุกมากเลยยยย อยากไปด้วยอ่ะ 555555

Leave A Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *