Subscribe to newsletter

Subscribe to the newsletter and you will know about latest events and activities. Podpisyvayse and you will not regret.

FIRST TIME STOCKHOLM : 03 ไปเที่ยวกับคุณป้า

    วันนี้ตั้งนาฬิกาปลุกมาประมาณ 8 โมง เนื่องจากมีนัดกับเพื่อนใหม่ชาวสวีเดนคนนึงที่ชื่อว่า ‘ไอด้า’ ที่เจอกันในอินเตอร์เน็ต เว็บเดิมที่เคยบอกไป couchsurfing.com โดยเรานัดกันที่วาซ่ามิวเซียม (Vasa Museum) ที่อยู่บนเกาะ Djurgarden (เยอร์การ์เด้น) ไม่ไกลจากใจกลางเมืองสตอกโฮล์ม เราตื่นมาด้วยความรู้สึกว่านอนไม่ค่อยพอเท่าไหร่ ถึงแม้มันจะเพียงพอสำหรับคนทั่วๆ ไป แต่ตั้งแต่วันอันแสนเนิ่นนานเมื่อวานกับการที่หลับๆ ตื่นๆ บนเครื่องที่นั่งมา รู้สึกว่าอยากนอนต่อถึงบ่ายไปเลย ..แต่ก็ไม่ได้สิ นี่มาเที่ยวนะ พยายามบอกตัวเองว่าไม่ให้ขี้เกียจเหมือนตอนอยู่บ้าน อุตส่าห์มาตั้งไกล ต้องทำอะไรใหม่ๆ บ้าง พอตื่นแล้วเราก็ไปอาบน้ำ แปรงฟัน ฝรั่งสองสามคนในห้องก็เพิ่งจะอาบน้ำกันเสร็จ ดูเหมือนเป็นสาวสวีเดนหรือไม่ก็นอร์เวย์ หน้าแถบๆ สแกนดิเนเวีย สวยและสูง และเท่ แอบกรี๊ดในใจแต่มาคนเดียวบางทีก็ไม่กล้าเข้าไปคุยกับคนที่มาเป็นคู่ๆ เท่าไหร่ พออาบน้ำแต่งตัวแต่งหน้าอะไรเสร็จเราก็เก็บของลากกระเป๋าลงมาฝากไว้ที่ห้องฝากของ เพราะเราต้องเช็คเอาท์ออกเลย คืนนี้เรามีที่อยู่ใหม่ ซึ่งจะเล่าให้ฟังหลังจากเจอไอด้า หลังจากฝากกระเป๋าแล้วเราก็ออกจากโฮสเทลโดยไม่ได้หยุดกินอาหารเช้า (ฟรี) ที่โฮสเทลมีให้ ด้วยความที่นัดกับเพื่อนฝรั่งเราจะต้องทำตัวกระตือรือร้นกว่านัดเพื่อนไทยที่เมืองไทยซักหน่อย เพราะฝรั่งค่อนข้างซีเรียสเรื่องเวลา (อยู่กับเพื่อนคนไทยจะมีความชินชา แบบว่า เออ นัดเก้าครึ่ง มาสิบก็โอเค 555)

    เราเดินจากโฮสเทลไปขึ้นรถใต้ดินเพื่อไปลงที่สถานี Central station (T-centralen) ซึ่งเป็นสถานีใจกลางเมืองที่เชื่อมต่อกับพวกสถานีรถไฟอื่นๆ รถทัวร์ และรถไปสนามบิน เราศึกษาข้อมูลการไปยัง Djurgarden มาแล้วนิดๆ แต่ก็ส่งข้อความไปถามไอด้าเป็นพักๆ เพื่อความแน่ใจ ไอด้าบอกให้มาขึ้นรถรางตรงหน้าห้าง NK ห้างที่ใหญ่ที่สุดในสตอกโฮล์ม แต่ด้วยความที่สถานีเซ็นทรัลสเตชั่นใหญ่มาก เรางงมากว่าห้างเดินไปทางไหน รีบก็รีบ เดินก็เดินไกลสัสๆ ก็เลยต้องอาศัย google map เอาเนอะ ตามประสาคนมาคนเดียว แล้วมันก็ช่วยได้จริงๆ นี่แหละ ขอย้ำอีกทีว่าจะไปเที่ยวไหน มีอินเตอร์เน็ตไว้อุ่นใจจริงๆ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือแผนที่ และการติดต่ออื่นๆ ทางอินเตอร์เน็ต

A Morning in Stockholm

    เราเดินจนมาถึงหน้าห้าง และก็ต้องทึ่งกับความใหญ่และอลังของห้าง มันใหญ่จนงงว่าควรจะเดินไปตรงไหน และไหนล่ะรถราง??? แต่ก็เดาไม่ยากอย่างที่คิด ตรงฝั่งกลางถนนที่เรายืนอยู่มีคนประมาณสามสี่คนยืนรออะไรบางอย่าง และตรงนั้นก็เป็นเหมือน bus stop เราเลยเดินไปตรงนั้นแล้วถามป้าคนนึงว่ารอรถรางไปเยอร์การ์เด้นตรงนี้ใช่มั้ย ต้องทำยังไงบ้าง ป้าบอกว่าใช่ รอตรงนี้ ป้ายิ้มแล้วบอกว่าให้ใช้บัตร SL การ์ดของเราจ่ายตังค์ตอนขึ้น เท่านั้นแหละ ง่ายๆ เรารออยู่ประมาณสามสี่นาทีรถก็มาตามที่ป้ายบอกไว้ เราชอบอย่างนึงคือที่สตอกโฮล์มและเมืองอื่นๆ ของสวีเดนจะมีตัวบอกเวลาอยู่ตรงป้ายเลยว่ารถสายนี้จะไปยังที่ไหน จะมาในอีกกี่นาที ซึ่งมันสะดวกมาก และทำให้เราคำนวณการเดินทางได้ง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องมาเสียเวลารอแบบไร้จุดหมายเหมือนรถเมล์บ้านเรา นอกจากนั้นเราสามารถเช็ครอบของรถไฟใต้ดินและรสบัส (รถเมล์) ได้ตลอดเวลาในเว็บไซต์ www.sl.se/en ด้วยล่ะ อันนี้ทำบ่อยมากเพราะเพื่อนสวีเดนสอนไว้ เวลาเราทำอะไรอยู่กับใคร ทุกคนจะบอกว่าให้เผื่อเวลากลับบ้านหรือเผื่อเวลาไปที่อื่นด้วย จะได้รอบคอบ โห.. ทุกคนดูใช้ชีวิตกันอย่างมีคุณภาพมาก ชอบ พอรถรางมา ป้าก็หันมาบอกว่าเนี่ยแหละมาแล้ว ขึ้นได้เลย เราขอบคุณป้าอีกครั้งแล้วขึ้นมาบนรถ วันนี้คนเยอะเหมือนกัน อาจเป็นเพราะเยอร์การ์เด้นเป็นจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยว คนเลยไปกันเยอะ ขออธิบายสั้นๆ ตรงนี้แล้วกันว่าเยอร์การ์เด้น เป็นเกาะที่ห่างจากเกาะกัมล่าสตัน (Gamla stan / Old town Stockholm) ไปนิดหน่อย นั่งเรือข้ามฟากไปได้ คล้ายๆ ข้ามจากฝั่งท่าพระจันทร์ไปศิริราช อาจนานกว่าหน่อยสักสองสามนาที แต่คล้ายๆ กัน ที่เยอร์การ์เด้นจะมีพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญต่างๆ ของสตอกโฮล์มมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วาซ่ามิวเซียม พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของสวีเดนและเกี่ยวกับเรืออะไรทำนองนี้ หรือจะเป็น Gröna Lund (Lunar Park) สวนสนุกที่ความสนุกน่าจะมากกว่าหรือเทียบเท่ากับดรีมเวิร์ลบ้านเรา หรือจะเป็น Junibacken พิพิธภัณฑ์เด็กที่กำลังมีจัดนิทรรศการมูมินอยู่ ทุกอย่างบนเกาะนี้น่าสนใจมาก อ้อ! เกือบลืม ABBA the Museum ไปแน่ะ ใครรักวงแอ็บบ้าหรือชอบดนตรีป๊อปต้องไม่พลาด

    บนรถรางบรรยากาศคล้ายๆ อยู่บนบีทีเอสบ้านเรา คือเป็นรถยาวๆ แบบเหมือนเป็นบีทีเอสบ้านเราต่อกันสองขบวน มีที่นั่งแบบรถเมล์ทั่วไป แต่ไม่มากนัก คนยืนกันก็เยอะ แต่ไม่ได้แออัด เรายืนอยู่สักพักก็มีพนักงานสาวสวยมากกกก ใส่เครื่องแบบที่ดูออกว่าคือเจ้าหน้าที่บนรถ ยืนถือเครื่องสแกนบัตร นางจะคอยเดินไปหาทีละคน คล้ายๆ กระเป๋ารถเมล์ แต่เราแค่เอาบัตรเราแตะไปที่เครื่องที่นางถือ อยากบอกอีกเรื่องคือสตอกโฮล์มมีแต่พนักงานแซ่บๆ (ผู้หญิง) สวยมากกก แต่ละคน ไม่ว่าจะไปร้านมินิมาร์ท ร้านขายยาตามสถานีรถไฟ หรือจะบนรถเมล์ รถอะไรก็แล้วแต่ เด็กวัยรุ่นจะชอบทำงานพาร์ทไทม์ ไม่ก็งานหาเงินเลี้ยงตัวเองไประหว่างเรียน ซึ่งขอบอกว่าทุกคนนนนนแซ่บบบมากกกกกกกก นี่ก็แอบกรี๊ดเบาๆ ในใจตลอดเวลา 555 ระหว่างทางที่อยู่บนรถเรามองนาฬิกาแล้วรู้สึกว่าตัวเองต้องสายแน่ๆ เสียเวลาเดินมาขึ้นรถรางเนี่ย ทีหลังจะคำนวณเวลาดีๆ กว่านี้ ซึ่งสายในที่นี้คือจะสายไปประมาณสองสามนาที ซึ่งเรารู้สึกว่าไม่โอเค แต่เอาวะ เราส่งข้อความบอกไอด้าอีกรอบว่าจะสายนิดหน่อยนะ แต่อยู่บนรถรางแล้ว ขอโทษที ไอด้าไม่ว่าอะไรแล้วส่งกลับมาเตือนว่าให้ลงสถานีนอร์ดิสก้ามิวเซียม แล้วเธอจะรออยู่ตรงนั้น ใส่เสื้อสีเขียว กระเป๋าลายดอกไม้ เรายิ้มแล้วฟังเพลงในมือถือต่อไป มองดูวิวสตอกโฮล์มที่น่าดึงดูดใจ จนกระทั่งถึงป้าย ทีแรกก็กลัวว่าจะลงไม่ถูกป้าย แต่บนรถมีเขียนไว้ และมองออกไปก็คิดว่าน่าจะใช่ เลยลงจากรถและเดินไปที่หน้ามิวเซียม

        ที่นี่คือ Nordiska Museet หรือเรียกอีกชื่อว่า Nordic Museum ซึ่งวันนี้ที่นี่ปิด แต่ไม่เป็นไรเราไม่ได้มีจุดหมายคือที่นี่ เราไม่เจอไอด้าเลยโทรไปหาเผื่อคลาดกัน ไอด้ารับโทรศัพท์และทันใดนั้นเราก็เห็นเธอ ไอด้าเป็นสาว (ขอเรียกสาวให้น่ารักๆ เนอะ) วัย 50 ปลายๆ ที่เราเจอในเว็บที่กล่าวมาข้างต้น เธอเขียนในโปรไฟล์ว่าชอบเจอคนและชอบพาเที่ยว และจากที่อ่านคอมเมนท์และฟีดแบ็คจากหลายๆ คนที่เคยไปเที่ยวกับเธอมา ถือว่าเป็นฟีดแบ็คที่ดี และท่าทางไอด้าจะใจดีและค่อนข้างรอบคอบในเรื่องของการให้ข้อมูลสำคัญทุกครั้งเวลาพาเที่ยว อาจฟังดูแปลกที่สาวน้อยอายุยี่สิบกว่าๆ แบบเราจะนัดไปเที่ยวกับป้าอายุมากกว่าแม่ตัวเอง แต่ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร เพียงแต่ว่าเราแอบมีความเกร็งและไม่กล้าทำตัวเกรียนหรือพูดอะไรไร้สาระมากนักเวลาอยู่กับไอด้า เพราะตั้งแต่นาทีแรกที่เจอ ไอด้าใจดี แต่มีความเป็นผู้ใหญ่บางอย่างที่ทำให้เด็กเกรียนๆ แบบเราสงบนิ่งขึ้นมาเหมือนครูประจำชั้นพาไปเที่ยว …อะไรอย่างงั้น

    ไอด้าบ่นกับเราว่าที่วาซ่ามิวเซียมคนต่อคิวซื้อตั๋วเข้ากันเยอะมากกกกก และพอเราเดินไปดูก็ต้องยอมแพ้กับการเยี่ยมเยียนมิวเซียมแห่งนี้ เพราะแถวยาวจริงๆ ยาวประหนึ่งรอซื้อตั๋วนักร้องเกาหลีข้ามคืนอะไรงั้น (ไม่เคยทำ แต่นี่คนเยอะจริงๆ) เราเลยบอกไอด้าว่าไม่เป็นไร เราไปที่อื่นกันได้ ไอด้าเลยพาเราเดินเล่นรอบๆ เกาะเยอร์การ์เด้น เราเห็นอะไรที่น่าสนใจมากมายรอบๆ เกาะ ทั้งสนามหญ้ากว้างๆ ที่มีเป็ดเดินไปเดินมาและขี้เป็ดเยอะจนต้องเลี่ยงไม่ให้เหยียบมัน รอบๆ เกาะเป็นแม่น้ำ ที่ท่าน้ำจะมีเรือจอดเยอะแยะไปหมด เรือพวกนี้น่าจะเป็นเรือที่มีคนอาศัยอยู่ และบางลำก็เป็นพิพิธภัณฑ์ แต่ตอนที่เราไปถึงมันยังไม่เปิด เลยได้แต่มองดูเฉยๆ เราเดินไปเรื่อยๆ จนเจอย่านที่เรือสำหรับอาศัยจอดเรียงกันอยู่เยอะแยะไปหมด ไอด้าบอกว่าบางคนในสวีเดนก็อาศัยอยู่ในเรือแบบนี้ บางคนก็มีเรือแต่ซื้อไว้ พอหน้าร้อนก็จะมาอยู่ ล่องเรือออกแม่น้ำบ้างอะไรบ้าง แต่ก็เป็นที่น่าแปลกใจสำหรับเราที่มีคนอาศัยอยู่บนเรือจริงจังแบบเป็นบ้านไปเลย ที่ไทยก็คงมีเหมือนกันแหละ แต่อันนี้ดูน่าอยู่กว่าและน่าจะมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน

    ไอด้าเป็นคนน่ารัก เธอชวนเราคุยตลอดเวลาแต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสถานที่สำคัญๆ ที่เราเจอตามทาง ทุกอย่างที่ไอด้าพูดนั้นมีประโยชน์และน่าสนใจสำหรับคนที่อยากรู้ข้อมูลพวกนี้มากๆ แต่บางครั้งเราแอบเกร็งที่ว่าเราไม่สามารถคุยอะไรบ้าบอหรือเรื่องสัพเพเหระได้มากนัก อาจเป็นเพราะความต่างของช่วงวัยเลยทำให้เรามีความสนใจที่ไม่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคอะไร อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องเที่ยวเหงาคนเดียว ไอด้าพาเราเดินต่อมาจนเจอ ABBA the Museum เรากรี๊ดกร๊าดเบาๆ ในใจเพราะเราชอบวงแอ๊บบ้า ถึงจะไม่ได้เป็นแฟนจริงจังก็เหอะ เราชอบฟังเพลงป๊อปมาก แต่ด้วยความที่เวลามีจำกัดและค่าเข้ามิวเซียมแต่ละที่ราคาเกือบห้ารอยบาทไทย เลยคิดว่าเราจะไม่แวะทุกที่ ที่แอ๊บบ้าเรายังตัดสินใจไม่ได้ ก็เลยเข้าไปดูร้านขายของฝากเค้า แต่ของที่นั่นแพงมาก แพงแบบแอบคิดในใจว่า หูยนี่กูไปซื้อสำเพ็งเอาก็ได้มั้ง (เลว) ก็เลยได้แต่ถ่ายรูปแล้วก็ออกมา

    หลังจากแอ๊บบ้ามิวเซียมเราก็เดินผ่านสวนสนุกดรีมเวิร์ลของสตอกโฮล์มที่ชื่อว่า Gröna Lund (Lunar Park) เราแอบชำเลืองมองแล้วคิดได้ว่าโลวิซ่าจะมาที่นี่วันนี้นี่หว่า ไม่รู้ตอนนี้นางจะอยู่ที่นี่รึยัง ตอนนั้นในใจอยากส่งข้อความไปทักทายโลวิซ่า แต่ด้วยความที่เกร็งและเกรงใจไอด้าเลยตัดสินใจจะไม่เล่นมือถือ (นี่ก็กลัวไปอีกกกก ทำตัวอยู่กับญาติผู้ใหญ่มาก) ไอด้าพาเราขึ้นเรือข้ามฟากไปยังอีกเกาะนึงที่ชื่อว่า Skeppsholmen จะอยู่ระหว่างเกาะกัมล่าสตัน กับเยอร์การ์เด้น ถ้าไม่เข้าใจก็ลองไปดูแผนที่ดู สตอกโฮล์มเป็นเมืองไม่ใหญ่มากทำความเข้าใจไม่ยาก ประกอบกับการเดินทางที่สะดวกมาก เราศึกษาข้อมูลแค่ไม่กี่วันก็รู้แล้วว่าจะไปไหนยังไง รักเมืองนี้มาก เราขึ้นเรือข้ามฟากมาโดยใช้บัตร SL เจ้าเดิมแตะเพื่อจ่ายตังค์ พอมาถึงเกาะ Skeppsholmen ไอด้าก็พาเดินไปที่ MoMa (Museum of Modern Arts) ของสตอกโฮล์ม หรือเรียกอีกชื่อเค้าว่า Moderna Museet พอเข้าไปก็เอากระเป๋าไปฝากไว้ ซึ่งดีใจมากที่มีล็อคเกอร์ใส่ของให้ เพราะกระเป๋าหนักมากกก เราแบกโน้ตบุคมาด้วยเพราะคิดว่าไม่ควรทิ้งไว้ในกระเป๋าเดินทาง นี่ขนาดเป็นแมคบุคแอร์ยังหนัก… ประสาอะไรถ้าเป็นอย่างอื่น โอย บ่นๆๆ พอฝากของเสร็จก็เดินเข้าไปดูตามห้องเรื่อยๆ เราแอบคิดว่าน่าเบื่อเล็กน้อย พวกงานแสดงต่างๆ ก็น่าสนใจแต่มันยังไม่โดนมากถึงขนาดว่าประทับใจแบบสุดๆ เดินดูไปเรื่อยๆ มีน่าสนใจบ้าง น่าเบื่อบ้าง ถ่ายรูปมาเยอะมาก จนเราอยู่ในนั้นได้ชั่วโมงกว่าๆ ก็แอบท้องร้อง และหันไปมองหน้าไอด้าแล้วพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หิวแล้ว ไปหาอะไรกินกันเถอะ

ความน่ารักหน้า Moderna Museet

แพะสัญลักษณ์ประจำ Moderna Museet

    เรามาหาอะไรกินกันในย่านในเมือง แถวๆ ไม่ไกลจาก central station เท่าไหร่นัก พอกินเสร็จเราก็ออกมาเดินเล่นแถวๆ นั้น รู้สึกจะเป็นย่านที่นักท่องเที่ยวเยอะพอๆ กับในกัมล่าสตัน มีร้านรวงขายของฝาก ร้านอาหาร ร้านพิซซ่า และร้านกาแฟมากมาย และเราไปสะดุดตากับร้านซีดีที่มองหามานาน ไม่ว่าจะร้านไหนชื่ออะไรเราจะต้องเข้าให้ได้ เนื่องจากเป็นคนชอบฟังเพลงมากและสะสมซีดี ปกติในเมืองไทยจะไม่ค่อยมีซีดีของวงหลากหลายจากต่างประเทศมากนัก พอมานี่เราเลยต้องคว้าโอกาสไว้ เราบอกไอด้าว่าอยากเข้าไปดู ไอด้าก็ยินดีและอาสาถือกระเป๋าให้เรา ใจดีมากๆ คือกระเป๋าเราก็หนักมากนางก็คงสงสารนิดนึง เราเดินดูรอบๆ ร้านและได้ซีดีวงโปรดติดมือมาสี่ห้าแผ่น ไม่อยากซื้อเยอะกว่านี้เพราะกลัวไม่มีที่เก็บ และที่ได้มาก็พอใจละ แต่ที่กรี๊ดสุดๆ คือโปสเตอร์ของนักร้องที่ติ่งสุดหัวใจ Tove Styrke ติดอยู่ที่ผนังร้านประมาณสี่ห้าอันเรียงอยู่ สายตานางประหนึ่งบอกกับเราว่า ‘ไง มาเจอกันจนได้นะ ซื้อชั้นสิ’ ‘เออ ซื้อแล้วโว้ย’

ความเจ๋งของ Tove Styrke ความมองแรง และความติ่งของชั้น

(สำหรับใครที่ชอบฟังเพลง ขอแนะนำว่าเพลงป๊อปสวีเดนดีที่สุดในโลก
ให้เสิร์ชหา Tove Styrke ในกูเกิ้ล ณ บัดนี้)

    แต่แค่ซื้อไม่พอ ก่อนจ่ายตังค์เราขอพนักงานว่าขอโปสเตอร์สักอันได้มั้ย แต่นางบอกว่าไม่ได้จ้าาาาาา นางบอกว่ามีสัญญากับที่ค่ายไว้ว่าต้องติดอันนี้ ในเดือนนี้ เป็นเวลาเท่านี้ ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริงนะ แต่ถ้าให้ได้มันก็คงให้ไปแล้วมั้ง ไม่รู้จะหวงไปทำไม โอ๊ย เซ็ง แต่ก็ไม่เป็นไรอย่างน้อยก็ได้ซีดี พอซื้อเสร็จเราเดินเล่นไปเรื่อยๆ กับไอด้า เดินผ่านสวน Kungsträdgården (King’s Garden) ที่วันก่อนเราอยู่แถวนี้กับโลวิซ่า ไอด้าเล่าว่าช่วงฤดูใบไม้ผลิที่นี่จะสวยมากๆ เพราะจะมีดอกซากุระ (Cherry Blossom) บานเต็มไปหมด จะเป็นสีชมพูมุ้งมิ้งสวยงามมาก ไอด้าพูดไปก็ดูจะชื่นชมไปในน้ำเสียงของเธอ พร้อมกับเปิดมือถือรุ่นพับได้ออกมาให้เราดูรูปที่เคยถ่ายไว้ ถึงจะไม่ค่อยชัดแต่เราก็เชื่อแล้วว่ามันสวยมาก และคิดในใจว่าเราต้องมีโอกาสมาดูให้ได้สักครั้งในชีวิต.. ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้กลับมาอีก แต่ต้องกลับมาแน่ๆ เราเดินไปเรื่อยๆ จนไปเจอกับพิพิธภัณฑ์ Museum of Medieval Stockholm เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ไม่เก็บค่าเข้าชม เข้าไปดูก็จะมีประวัติของเมืองสตอกโฮล์มตั้งแต่สมัยก่อนๆ รวมไปถึงการแต่งการของผู้คนสมัยนั้น เรื่องที่อยู่อาศัย ความเป็นอยู่

สตอกโฮล์มที่รัก

ภาพวาดในพิพิธภัณฑ์

    ภายในพิพิธภัณฑ์ทำออกมาดีและน่าสนใจมาก มีคนเดินประปรายไม่ถึงกับเยอะไปหรือน้อยไป ทุกอย่างดูสนุกสนานและเพลิดเพลิน ใครมาสตอกโฮล์มเราขอแนะนำที่นี่อีกที่ให้เข้ามาชมกัน ฟรีและดี ไม่มีผิดหวัง เราเดินอยู่ในนั้น ถ่ายรูปเล่น อ่านนู่นนี่ไปเรื่อยๆ

หนู ซื้อป้ามั้ยจ๊ะลูก

ในพิพิธภัณฑ์

    จนเกือบชั่วโมงก็ไม่มีอะไรให้ดูแล้ว เราเลยออกจากพิพิธภัณฑ์และก็พบว่าฝนกำลังจะตก ท้องฟ้าจากที่สว่างๆ เมื่อตอนเช้าๆ กลายเป็นทะมึนๆ ด้วยเมฆฝนสีเทา ไอด้ารีบล้วงกระเป๋าเอาเสื้อกันฝนออกมาสองอันและบอกเราว่าอันนี้เธอเอามาเผื่อ และให้ยืมใช้ถ้าเราต้องการ เราทึ่งในความรอบคอบของไอด้าและรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่เธอแสดงความดูแลและเป็นห่วงในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหมือนความรู้สึกเวลาอยู่กับญาติผู้ใหญ่จริงๆ (ไม่ตลกนะนี่พูดจริง 555) แต่เราขี้เกียจเอาออกมา มันเป็นเสื้อกันฝนแบบพลาสติกบางๆ ที่พับอย่างเรียบร้อยใส่ในถุงเล็กๆ ซึ่งจากการคาดคะเนแล้วคิดว่าถ้าเอาออกมาแล้วต้องใส่เข้าไปยากแน่ๆ เราเลยยอมถ้าจะต้องตากฝนเล็กๆ น้อยๆ ไอด้าชวนเรานั่งรถไฟใต้ดินเพราะจะพาไปดูศิลปะของสถานีรถไฟในสตอกโฮล์มที่แตกต่างกันไปในแต่ละสถานี เราเคยไปรัสเซียมาและเห็นความสวยงามอลังการน่าทึ่งของสถานีรถไฟในมอสโคว์มาแล้ว เราเลยประหลาดใจที่สตอกโฮล์มก็มีกับเค้าด้วย ไอด้าพาไปนั่งรถไฟและลงที่สถานี้ต่างๆ ประมาณสามสถานี

ศิลปะในสถานีรถไฟใต้ดิน ซึ่งถ่ายมาไม่ค่อยสวย ของจริงสวยมาก

อีกรูปนึง ก็ยังไม่สวยอยู่ดี 555

    เราเห็นความแตกต่างและความสวยงามของมัน ซึ่งแต่ละสถานีจะมีศิลปินแต่ละคนมาสร้างสรรค์ผลงาน บางสถานีก็เป็นธีมดนตรี มีลายเปียโน บางสถานีเป็นรูปตัวประหลาดๆ เป็นหุ่นตัวอะไรสักอย่าง บางสถานีก็แนวๆ เรโทร สีสันฉูดฉาด สวยดี แต่มันไม่ได้สวยน่าทึ่งเหมือนในมอสโคว์ แอบผิดหวังเล็กน้อยแต่ว่ามันก็คนละแนวกัน ถ้าจะให้พูดก็คือที่นี่ออกแนวโมเดิร์นและวัยรุ่นมากกว่าที่มอสโคว์ อันนั้นเค้าจะดูแกรนด์ มีสีทอง สีขาวเทา อะไรประมาณนั้น แต่เสียดายอย่างนึงคือรูปที่เราถ่ายออกมามันเห่ยมาก เนื่องจากในสถานีต่างๆ แสงมันน้อย และกล้องจากไอโฟน 5 ของเรามันก็ไม่ได้ฉลาดมากเท่าไหร่นัก

Concert Hall

ตลาด

    พอดูจนพอใจแล้ว ไอด้าก็บอกว่าจะไปส่งเราที่สถานี Hotorget ที่เราต้องไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่โฮสเทล เราไปถึงสถานีนั้นในเวลาเพียงไม่กี่นาที ไอด้าพาเราเดินออกมาจากสถานีและพาไปดูตรง Stockholm Concert Hall ซึ่งตรงนั้นจะเป็นลานกว้างๆ มีตลาดขายของอยู่ ไอด้าบอกที่นี่จะขายของมือสองที่น่าสนใจ แต่วันนี้พอเราไปถึงมีฝนตกปรอยๆ และตลาดก็ดูไม่ค่อยมีอะไรนอกจากผลไม้ธรรมดาๆ เราแวะเข้าไปดูคอนเสิร์ตเล็กๆ ที่เป็นเด็กวัยรุ่นมาร้องเพลงแจ๊ซและเล่นดนตรีกันในห้องโถงข้างหน้าของฮอล์ ดูไปสักพักก็รู้สึกว่าต้องรีบไปโฮสเทลแล้ว เราเลยออกจากตรงนั้นมา เดินไปที่ซอยที่จะไปยังโฮสเทล ก่อนเราลากับไอด้าเราขอเธอถ่ายรูปคู่กัน ซึ่งดูไอด้าน่าจะไม่ค่อยคุ้นชินกับการถ่ายรูปเท่าไหร่นัก แต่อย่างน้อยเราก็มีรูปถ่ายเก็บความทรงจำด้วยกันไว้ เรากอดบอกลากันและขอบคุณไอด้าสำหรับวันที่สนุกๆ วันนี้ ไม่รู้ว่าจะได้เจอไอด้าอีกมั้ยในชีวิตนี้ แต่ถือว่าเป็นความทรงจำที่ดีมากที่ได้มาเจอกัน เรายิ้มให้ไอด้าและมุ่งหน้าไปยังโฮสเทลเพื่อไปเอากระเป๋าสุดที่รักที่กำลังรอเราอยู่…

ป้าไอด้าที่น่ารัก

เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในกลางปี 2015 
และนำกลับมาเขียนใหม่อีกครั้งในเว็บนี้ หวังว่าข้อมูลบางอย่างอาจจะมีประโยชน์ต่อคนที่จะไปสวีเดน
และมีประโยชน์ในด้านการบันเทิง ใครจะไปสวีเดนก็ขอให้สนุกสนานและเจอสิ่งดีๆ และติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้

ติดตามตอนแรกได้ที่นี่
ตอนที่ 2
ตอนที่ 2.5

Post Author
mayajett

Comments

1 Comment
  1. posted by
    Lilian_Kwan
    Apr 24, 2018 Reply

    Thank you for the review. I really enjoyed reading it.

Leave A Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *